แล้วเราก็กลับมา!!!!! พร้อมฟิคน่ารักๆจาก SKYHIGH [ภาคพิเศษ :: KD-HIGH Castle]
posted on 09 Oct 2006 20:13 by 2csu in Fan-Fictionsเฮอเฮอ ยังสอบไม่เสร็จเลย เหลืออีกตัวหนึ่ง แต่ได้ข่าวว่าคนอื่นๆสอบเสร็จกันเกือบหมดแล้ว (หอโล้งโล่ง ดีใจที่ไม่ได้ยินเสียงโวยวายหนวกหูชวนให้กระทืบของใครหลายๆคน บรรยากาศเหมาะแก่การอ่านหนังสือมาก ทำไมก่อนสอบไม่เป็นงี้ฟระ)
เออะ จ๊างเตอะ ว่าแล้วเราก็เอาผลงานของน้องๆในชมรมอีกคนมาลงดีกว่า เป็นฟิคอีกแล้วค่า ไม่แน่ใจว่าใช่แฟนฟิคป่าวแต่ก็น่ารักมากเลย อ่านแล้วมีความสุข อิอิ
ผลงานของแร็คคุงค่า (ใช่มะ พี่จำไม่ผิดใช่มั้ย กรี๊ด จำผิดละยุ่งเลย) NOTE ก็เหมือนเดิมคือห้ามเอาไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาตจากเจ้าตัวนะจ๊ะ
ใครยังต้องสอบอยู่ก็สู้ๆนะ อ่านฟิคเสร็จก็กลับไปอ่านหนังสือต่อล่ะ ใครสอบเสร็จแล้วก็ดีใจด้วย เดินทางไปไหนก็ระวังตัวกันด้วยนะ แล้วก็อย่าลืมส่งผลงานล่ะ (แอบทวง) น้องๆยังไม่ลืมออกแบบเสื้อชมรมกันใช่ม้าย =[]=//
แฮะๆ พล่ามเยอะแล้ว ไป ทัศนาผลงานสมาชิกกันเลยดีกว่า!!!!
SKYHIGH [ภาคพิเศษ ::
"ยินดีต้อนรับสู่ประตูแห่งความเคียดแค้น คนที่ตายด้วยอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดและถูกฆ่าตายจะมาที่นี่"
"ฉัน อิซุโกะ เป็นผู้เฝ้าประตู....."
ผู้หญิงคนนั้นอยู่ในชุดยูกาตะสีดำ เรือนผมสีมืดปล่อยยาวราบไปกับแผ่นหลัง...ดูแทบจะกลืนไปกับบรรยากาศทึมทึบรอบข้างได้ มีเพียงใบหน้าสวยที่ขาวซีดไร้เลือดฝาดและดวงตาเฉยชาโดดเด่น น้ำเสียงที่ดูเหมือนจะพูดกับเขานั้นก็ราบเรียบจนน่าขนลุก
ระดับสายตาจากพื้นทำให้ผู้หญิงคนนั้น....อิซุโกะ....ตัวสูงใหญ่ราวกับกำแพงที่ไม่อาจทลายลง เป็นความน่ากลัวที่ฉาบเคลือบความเศร้าหม่นในดวงตาที่ลดระดับลงมาสบตากับเขา แต่ที่ทำให้หวาดหวั่นได้มากกว่านั้นก็คงจะเป็นบานประตูปิดสนิทบานใหญ่ที่ตั้งตระหง่านเป็นฉากหลัง ...มันไม่น่าจินตนาการเลยสักนิดเดียว ว่าหลังประตูเหล็กบานนั้นจะมีอะไรรออยู่...
"คุณอันโด ไดสุเกะ คุณถูกฆ่าและตอนนี้เป็นเพียงร่างวิญญาณเท่านั้น...."
ผู้หญิงคนนี้......พูดอะไร......?
"คุณจะต้องเลือก 1 ใน 3 ทางเลือกต่อไปนี้.........."
"หนึ่งคือขึ้นสวรรค์เพื่อเตรียมตัวไปเกิดใหม่..."
ขึ้นสวรรค์?.....เกิดใหม่???
"สองคือไม่ยอมรับความตายและกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนบนโลกไม่ไปผุดไปเกิด"
ยอมรับ.....................ความตาย...........ความตายน่ะเหรอ??
"และสาม......"
"เดี๋ยวเซ่! ที่เธอพูดน่ะ มันหมายความว่าไง!?" ชายหนุ่มที่นอนคู้อยู่กับพื้นเมื่อครู่ยันตัวลุกขึ้นมาในทันที เขาเป็นเจ้าของชื่อ อันโด ไดสุเกะ คนที่ว่า แต่ทำไมถึงได้มาอยู่ที่ที่มีผู้หญิงพูดจากประหลาดๆอยู่ได้...ก็ไม่รู้เหมือนกัน
"ยอมรับซะเถอะ คุณน่ะ....ตายไปแล้ว"
"อ...อะไรกัน? บ้าน่า....." ไดสุเกะ หรือที่มักจะให้คนอื่นเรียกว่า ดาย ขมวดคิ้วอย่างสับสน ....ตายเหรอ....ฉันน่ะ!?
"หลักฐานก็คือคุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงล่ะ" อิซุโกะเอ่ยพลางเดินเข้าใกล้ร่างที่เริ่มโงนเงน "....สายฝน......และดวงไฟ"
สายฝน.....และดวงไฟ
ดายเบิกตากว้าง เหตุการณ์เหล่านั้นราวกับจะพุ่งเข้ามาปรากฏต่อหน้าอีกครั้ง
..................................................................................................
"ฝนตกแล้วแฮะ สงสัยจะตกทั้งคืนอย่างที่พยากรณ์บอกแหงเลย คาโอรุ?" เขาเองที่พูดประโยคนี้ขณะที่ดูสายฝนเริ่มทิ้งตัวลงมาจากฟ้าครึ้ม ชายหนุ่มอีกคนเจ้าของชื่อ คาโอรุ บิดตัวอย่างขี้เกียจบนโซฟาและลุกไปปิดทีวีก่อนจะเดินตรงเข้ามาหา
"งั้นก็ไปนอนกัน?" ชายหนุ่มที่ความสูงเป็นรองดายเล็กน้อยนั้นตวัดอ้อมแขนเข้ากอดเอวเขาแน่น ใบหน้าหล่อเหลาสมวัย(?)อมยิ้มทะเล้นส่งให้ราวกับเด็กๆที่อ้อนขอขนมหวานที่ส่งกลิ่นหอมหวนล่อใจตรงหน้า
"ขอออกไปซื้อเบียร์ก่อนเหอะ ขืนตกหนักกว่านี้จะแย่" ดายเหหน้าออกไปมองฝนอีกครั้ง
"ไม่เป็นไรน่า~ เดี๋ยวฉันจะเมานายแทน ฮ่าๆๆๆ"
เปรี้ยง!
ดายใช้แรงที่พอๆกับควายน้อยอายุ 12 ปียันอีกร่างออกห่างด้วยใบหน้าแดงเถือก
"ฉันจะไปซื้อเบียร์!!" พูดจบก็คว้าร่มและรี่ออกจากห้องทันที เขาได้ยินเสียงคาโอรุไล่หลังว่าให้กลับมาเร็วๆ และมันก็ไม่แปลกสักนิดที่เขาจะรีบ ไม่ใช่เพราะจะรีบกลับมาหาเจ้าบ้าคาโอรุนะ!....แต่เพราะฝนมันเริ่มจะตกหนักขึ้นเรื่อยๆต่างหากล่ะ!!
"โอ๊ะ ทางสะดวก~" ดายฮัมเพลงอย่าอารมณ์ดี คอนวิเนี่ยนอยู่ตรงหน้าแค่ข้ามถนนไปนี่เอง ก็แปลกดีที่รถไม่มีด้วย คงเพราะฝนตกล่ะมั๊ง ถึงสัญญาณไฟคนข้ามจะยังเป็นสีแดงก็เถอะน่า ดายอมยิ้มพลางก้าวเท้าลงพื้นถนน
ก้าว....ที่ก้าวต่อเท้า........มันช้าเหมือนภาพที่ถูกทำให้ค่อยๆขยับเขยื้อน....ทีละนิด
สิ่งที่พุ่งตรงมาจากด้านซ้ายของเขาคือรถมอเตอร์ไซค์ที่ตีโค้งด้วยความเร็วจากสี่แยก ไม่มีแม้กระทั่งเสียงบีบแตรเพราะเป็นเหตุการณ์ที่กระชั้นชิดมากจนคนขับลืมแตะเบรก เสียงร่มที่ร่วงหลุดจากมือเหมือนมันจะหายไปจากส่วนหนึ่งของสภาพรอบตัว และตัวของเขาก็ถูกกระจังหน้ารถมอเตอร์ไซค์งัดให้กระเด็นขึ้นในอากาศ เสียงอื้ออึงในหูถูกเสียงยางครูดกับถนนดังเอี๊ยดแหวกโสตประสาท ทางด้านตรงข้าม ถนนที่หักโค้งเข้าสู่แยกนี้ปรากฏดวงไฟใหญ่ๆสองดวงสาดจ้าเข้าตา เสียงแตรรถบรรทุกคำรามก้องไปทั่วบริเวณและหยุดลงหลังจากที่กระแทกร่างของดายให้ลอยข้ามหัวมอเตอร์ไซค์ที่หักแฉลบหลบได้ทันก่อนที่จะประสานงากับรถบรรทุกตรงหน้า
...ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหมดสติไปตอนไหน....
และการลืมตาอีกครั้งของดาย....ก็เกิดขึ้นที่นี่
..................................................................................................
"ฉัน.....ตายแล้ว...จริงๆเหรอ.................." ดายทรุดนั่งลงอีกครั้ง เรี่ยวแรงราวกับถูกดูดซับโดยผืนดินแห้งผากใต้เท้า ".......ฮึก.....คาโอรุ............" เขารำพึงในขณะที่น้ำตาเป็นเม็ดหยดกระทบและแตกซึมสู่พื้นดินอันหิวกระหายนั้น อิซุโกะย่อตัวลงตรงหน้าเขาและเอ่ยทางเลือกทั้งสามของเขาอีกครั้งพร้อมกับเพิ่มเติมส่วนที่เขายังไม่ได้ฟังเมื่อครู่ให้ด้วย
"คุณจะต้องเลือก 1 ใน 3 ทางเลือกต่อไปนี้..........หนึ่งคือ......สองคือ....และสาม........."
"คือสาปแช่งและฆ่าจองเวรมนุษย์บนโลกได้หนึ่งคน......แต่กรณีนี้วิญญาณของคุณจะต้องตกนรกและลิ้มรสชาดความเจ็บปวดทรมานไม่ได้ไปผุดไปเกิด"
"....จงตัดสินใจเลือกให้ได้ภายใน 12 วัน"
"12...วัน.........นานจังนะ" ดายก้มหน้านิ่ง ...วันเวลาที่ไม่มีคาโอรุ....งั้นเหรอ......จะมีให้ตั้ง 12 วันเพื่ออะไรกัน?
"หายากเหมือนกันนะ กับคนที่พูดว่ามันนานน่ะ" อิซุโกะเอ่ย เธอยังอยู่ตรงหน้าเขา...ไม่ขยับไปไหน
"................" ดายปาดน้ำตาทิ้งก่อนจะถามขึ้น "สาปแช่งและฆ่าจองเวรเนี่ย....หมายความว่าจะทำให้มันตายใช่มั๊ย?"
".....ใช่" อิซุโกะตอบ
"ถ้างั้นฉันจะ............." ดายเงยหน้าขึ้นจ้องมองตอบสายตาเยียบเย็นของอิซุโกะ
"เดี๋ยว..." เธอรั้ง "คุณยังมีเวลา"
"เวลาที่ไม่มีคาโอรุ...ฉันไม่ถือว่ามีหรอกนะ!!" ดายกัดฟันกรอด ...เรื่องนี้เท่านั้น.....เรื่องนี้แค่เรื่องเดียว....เรื่องของคาโอรุ...ที่จะเรียกน้ำตาของผู้ชายอย่างเขาออกมาได้.....
"ถ้าอย่างนั้น....จะลองลงไปดูโลกหลังจากที่คุณจากมาแล้วมั๊ยล่ะ?"
"ด...ได้เหรอ?"
"ฉันทำได้" อิซุโกะย้ำคำตอบ ....ไม่รู้ว่าจะสามารถเปลี่ยนความตั้งใจที่จะเลือกทางสู่นรกของคนผู้นี้ได้ด้วยวิธีนี้หรือเปล่า....แต่เธอก็ไม่อาจปล่อยให้ใครก็ตามเลือกทางสู่นรกด้วยความรู้สึกชั่ววูบที่ไร้การไตร่ตรองและยอมรับโดยแท้จริงไปได้......
"ทำไม....ถึงมาที่นี่ล่ะ.............." ดายรำพึง เขายืนอยู่หน้าประตูบ้านของตัวเอง....ในมิเอะ จังหวัดที่เขาเกิด ดายหันหลังมองผู้คนที่ยังเดินเข้าบ้านของเขาไม่ขาด ทะลุผ่านตัวของเขาไปอย่างไม่รู้สึกถึงการมีอยู่
"ผ่านไปเกือบ 2 วันแล้วล่ะ ช่วงที่พวกเราอยู่ที่ประตูนั้น"
ดายพยักหน้าอย่างยอมรับ เขาก้าวเข้าบ้าน ...บ้านเกิดที่ไม่ได้กลับมานานเหลือเกิน....ไม่นึกว่าการกลับมาอีกครั้ง...ก็ไม่มีใครมารับรู้กับเขาซะแล้ว....
พิธีศพที่เรียบง่ายแต่ก็มีคนแวะเวียนเข้ามาจุดธูปเยอะกว่าที่ดายเคยคิดว่าจะมีคนมางานศพของตัวเองซะอีก แม่ถือรูปเขาไว้แนบอกด้วยใบหน้าสงบนิ่ง เพราะแม่ไม่ได้แต่งหน้าเลย รอยคล้ำแดงรอบดวงตาจึงบอกได้ชัดเจนว่าผ่านการร้องไห้อย่างหนักหน่วงเพียงใด ส่วนพ่อยืนต้อนรับแขกด้วยท่าทีอ่อนระโหยแต่ก็ยังฝืนยิ้มส่งให้แขกทุกคนอย่างเต็มที่ และคาโอรุ....ก็คอยส่งธูปให้แขกที่มางานอยู่ด้านหน้าโลงศพของเขา
"....คาโอรุ" ดายเม้มริมฝีปากอย่างสะกดกลั้น
"คนส่งธูปนั่นใครหรือครับ คุณอันโด? ไม่เคยเห็นหน้าเลยนี่นะ" คำถามของชายวัยกลางคนที่มาร่วมงานเอ่ยถามกับพ่อของเขา ทำให้ดายต้องหยุดชะงักอยู่กับที่ก่อนที่จะเดินไปหาคาโอรุได้อย่างที่ตั้งใจ
"เพื่อนของไดสุเกะน่ะครับ เป็นคนที่จัดแจงเรื่องที่โตเกียวให้เรียบร้อยทุกอย่างและพาไดสุเกะกลับมาที่นี่ ต้องขอบคุณเขาจริงๆ"
"มีเพื่อนที่ดีนะ ไดสุเกะนี่.....เป็นเด็กที่ดีจริงๆ" คุณลุงคนนั้นส่ายหัวอย่างเสียดายกับการจากไปอย่างรวดเร็วของเขา
"ครับ ในเวลาที่ผมกับภรรยายังไม่สามารถทำอะไรได้เลยนั้น ก็ได้คาโอรุคุงนี่ล่ะครับ ที่จัดการทุกอย่างให้ พอเห็นเขาที่เป็นหลักของงานนี้อย่างเต็มที่ ผมก็นั่งอยู่เฉยๆไม่ได้น่ะครับ" น้ำเสียงนั้นสั่นพร่าเล็กน้อย
"ถึงแม้จะโศกเศร้า...แต่ก็ต้องอยู่เพื่อคนที่จากไปนะครับ คุณอันโด" คุณลุงคนนั้นยิ้มอย่างปลอบใจ "ถ้าอย่างนั้น เห็นจะไม่อยู่กวนคุณแล้วล่ะครับ ผมขอตัวก่อน"
"ครับ...ขอบคุณที่มานะครับ ไดสุเกะต้องดีใจแน่ๆ" พ่อโค้งให้อย่างตื้นตันใจ
"เป็นงานที่ดีนะ....." อิซุโกะหันมาพูดกับเขา "งานศพที่หรูหรา....แต่ไร้ซึ่งความจริงใจโดยสิ้นเชิง...หรืองานที่มีแขกเป็นบรรดาเจ้าหนี้ที่พ่อแม่ต้องคอยก้มหัวให้ด้วยความรู้สึกที่ต่างไปจากนี้....ฉันก็เห็นมาเยอะ"
"ฮึก....อื้อ" ดายกำมือแน่น ทำไมนะ....ทำไมเขาจะต้องมาตายไปทั้งๆแบบนี้ด้วย.......
ดายย่อตัวลงนั่งคุกเข่าข้างๆคาโอรุและเฝ้ามองดวงตาที่แห้งผากของคนข้างเคียงนั้นมองตามก้านธูปที่เลื่อนส่งให้แขกที่มาอย่างเลื่อนลอย ...ขอบคุณนะ คาโอรุ....
"นี่ก็....วันที่ 7 แล้วสินะ เหลืออีก 5 วัน......สั้นเหลือเกิน" ดายเอ่ยกับอิซุโกะที่อยู่กับเขาตลอด และบางครั้งก็จะถอยห่างออกไปเมื่อเวลาที่เจ้าตัวคิดว่าควรทำอย่างนั้น ดายเองก็เข้าใจดีว่าเรื่องของเขากับคาโอรุคงไม่ได้เป็นเรื่องที่จะยิ้มรับได้อย่างหน้าชื่นตาบานแน่....ถึงจะเป็นคนที่ดูเหมือนไม่ค่อยสนใจอะไรอย่างอิซุโกะก็เถอะ
"นายยังแค้นคนที่ทำให้นายตายอยู่รึเปล่า"
"ไม่รู้สินะ....เพียงแต่ช่วงที่ผ่านมามันทำให้ไม่ได้นึกถึงน่ะ" ดายยิ้มน้อยๆขณะที่ก้าวเท้าตามจังหวะของคาโอรุ ถัดขึ้นไปคือพ่อกับแม่ของเขาที่เดินเคียงกันเพื่อตรงกลับไปที่บ้านพร้อมกับเถ้าอัฐิของเขาในห่อสีขาวที่แม่ถือไว้อย่างทะนุถนอม
"อันโดซัง ผมมีเรื่องจะขอร้องครับ" คาโอรุกล่าวก่อนที่ทั้งคู่จะเข้าไปในบ้าน พ่อและแม่หันหลังมาอย่างประหลาดใจแต่ก็พยักหน้าและก้าวนำไปที่ห้องรับแขก
"บอกแล้วไงล่ะจ๊ะ ว่าให้เรียกว่า แม่ เถอะ เพื่อนของไดสุเกะก็เหมือนลูกของเรานะ พ่อ?" คุณแม่วางถ้วยชาลงตรงหน้าคาโอรุ พวกเขาอยู่ในห้องแบบญี่ปุ่นที่ปูด้วยทาตามิ และต้องนั่งบนฟูก
"ใช่แล้วล่ะ คาโอรุคุง จะถือว่าเรียกพวกเราแทนไดสุเกะก็ได้นะ" คุณพ่อเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เจือความเจ็บปวดอย่างมากมายเอาไว้
"ครับ แต่ว่าผมอยากจะคุยอะไรบางอย่างให้รู้เรื่องก่อน.....บางที...พวกท่านอาจจะปฏิเสธการเรียกแบบนั้นของผมก็ได้" ปลายประโยคบางเบาจนเหมือนพูดกับตัวซะมากกว่า แต่การที่คุณพ่อและคุณแม่หันมองหน้ากันอย่างไม่เข้าใจนั้นก็บอกได้ว่าพวกท่านได้ยินคำพูดนั้นอย่างชัดเจน "ก่อนจะพูดเรื่องนี้...ผมขอเบาะกับน้ำชาอีกชุดได้มั๊ยครับ?"
หลังจากที่แม่ จัดแจงยกเบาะออกมาอีกชุดและน้ำชากรุ่นร้อนอีกหนึ่งถ้วย คาโอรุก็วางเบาะนั้นไว้ข้างๆเขา และวางถ้วยน้ำชาไว้ด้านหน้าเบาะที่ว่างเปล่า
"....ไปนั่งสิ" อิซุโกะเอ่ยเสียงเรียบ เมื่อดายได้แต่มองการกระทำนั้นนิ่ง ร่างที่เย็นเยียบเป็นน้ำแข็งเมื่อครู่เอ่อล้นไปด้วยความอบอุ่นเต็มตื้นขึ้นมาจนยากจะกลั้นน้ำตาเอาไว้อีกต่อไป ดายนั่งลงที่เบาะอย่างช้าๆด้วยตัวสั่นเทา
"คุณพ่อ...คุณแม่........." คาโอรุสูดหายใจเข้าเต็มปอดก่อนจะเอ่ยประโยคต่อมาอย่างมั่นคง
"ได้โปรดยกลูกชายของพวกคุณให้ผมเถอะครับ!!" คาโอรุก้มหัวจนหน้าผากแตะพื้น
............................
"ฮึก......จ....เจ้าบ้า" ดายห่อตัวและเริ่มหลั่งน้ำตาอย่างหนัก
และความเงียบก็โรยตัวปกคลุมยาวนาน....ยาวนานจนแทบลืมหายใจ
"...คาโอรุคุง.....แต่ว่าไดสุเกะน่ะ.................." คุณแม่เอ่ยตะกุกตะกักในขณะที่ฝ่ายคุณพ่อนิ่งเงียบจนน่ากลัว
"ผมเข้าใจครับ! แต่พวกเรารักกันครับ และถึงแม้เหตุการณ์จะเป็นอย่างนี้....ไม่สิ....ยิ่งเหตุการณ์เป็นอย่างนี้ ผมจึงละเลยไปไม่ได้ ทั้งเรื่องที่ต้องบอกให้คุณพ่อกับคุณแม่ทราบและเรื่องที่อยากให้ดายคงอยู่ต่อไปในฐานะคู่ชีวิตของผมครับ" คาโอรุพูดเสียงดังฟังชัดทั้งที่ไม่เงยหน้าขึ้นจากพื้นเสื่อ
"นายกำลังจะบอกว่า....จะขอไดสุเกะไปผูกมัดตัวเอง ทั้งที่เขาจากไปแล้วน่ะรึ?" เสียงของคุณพ่อช่างเหี้ยมเกรียมจนคาโอรุต้องสะกดกลั้นไม่ให้ตัวสั่นขึ้นมา
"ครับ! แม้ว่าเขาจะไม่อยู่ที่ไหนในโลก แต่เขาจะอยู่กับผมตลอดไปครับ ฉะนั้นผมอยากทำให้ถูกต้อง อยากให้สุสานตระกูลนิอิคุระเป็นอีกที่หนึ่งที่เขาจะหลับตาได้อย่างสงบ" คาโอรุสะบัดหน้าขึ้นจ้องลึกเข้าไปในตาของคุณพ่อและก้มหน้าลงอีกครั้งอย่างอ้อนวอน ขณะที่ดายเองก็ก้มลงจรดหน้าผากกับพื้นเสื่อเช่นกัน ...มันไม่เย็น...ไม่เย็นเลยสักนิดเดียวทั้งที่ควรจะเย็นเพราะอากาศที่ทำให้หนาว.......เป็นพื้น...ที่อบอุ่น...จริงๆ.....
แล้วก็เกิดความเงียบอีกครั้ง.....ดูเหมือนครั้งนี้จะยาวนานกว่าครั้งที่แล้วเสียอีก
"....คาโอรุคุง....." คุณแม่เป็นฝ่ายเอ่ยทำลายความเงียบอีกครา "....งั้นก็ยิ่งไม่มีเหตุผลปฏิเสธที่จะเรียกฉันว่า แม่ แล้วนะจ๊ะ"
ทั้งคาโอรุและดายเงยหน้าขึ้นพร้อมกันอย่างไม่เชื่อหู .....มันอุ่น....จนร้อนรุ่ม....จนอยากจะหลอมละลายลงซะเดี๋ยวนั้น.....
"ค...คุณแม่" คาโอรุเหสายตาไปทางร่างของผู้เป็นพ่อที่จ้องเขานิ่ง ร่างสูงกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะเอ่ย "....ขอบคุณครับ คุณพ่อ ขอบพระคุณ"
จะว่าไงดีนะ แม่? แม่พูดไปแล้วกัน ฉันมันพูดไม่เก่งซะด้วยสินะ คุณพ่อร่างใหญ่ส่ายหัวเล็กน้อยขณะที่ค่อยๆขยับตัวลุกขึ้นและสาวเท้าออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบ
คุณพ่อ...รับไม่ได้หรือครับ? คาโอรุที่รับรู้การออกจากห้องไปของคุณพ่อได้ทางสายตาที่เรี่ยพื้นเม้มปากอย่างเจ็บปวด
เงยหน้าขึ้นก่อนเถอะจ้ะ รอยยิ้มของคุณแม่อ่อนโยนจนทำให้น้ำตาของดายหยุดไปได้ เขามองคาโอรุที่ยืดตัวขึ้นนั่งและรู้ว่าร่างนั้นลอบมองมาทางเบาะที่ว่างเปล่าด้านข้างด้วยความอาลัย ...ถ้าเขามีตัวตนนั่งอยู่ที่นี่ในตอนนี้...คาโอรุคงจะหันมายิ้มให้....มากกว่าจะทำหน้าแบบนั้นสินะ
ขอบคุณที่บอกนะ คาโอรุคุง..... คุณนายอันโดยกชาขึ้นจิบและเลื่อนมือลง สบตากับคาโอรุและเอ่ยต่อ จะพูดว่าไม่ระแคะระคายเลย...ก็ไม่ได้หรอก เพราะพวกฉันก็พอจะรู้อยู่เหมือนกัน คิดว่าน่าจะตั้งแต่ที่ได้พบคาโอรุคุงครั้งแรกแล้วล่ะ
เอ๋? คาโอรุขมวดคิ้ว ...ผมว่าผมก็ทำตัวให้ปกติที่สุดแล้วนะครับ เขาพูดเสียงอ่อย อากัปกิริยาอย่างนั้นทำให้ดายอดหัวเราะเบาๆออกมาไม่ได้ จะว่าที่เจ้าตัวมั่นใจว่าหลอกตาคนอื่นด้วยสีหน้าเก่งก็คงจะถูกอยู่หรอก แต่ก็เพราะอย่างนั้นแหล่ะ ที่ทำให้ดายต้องสัมผัสคาโอรุให้มากขึ้น...อีกมาก เพื่อจะเรียนรู้นิสัย(เด็กๆ)ของผู้ชายคนนี้ได้หมด
จะว่าไงดีนะ? อ๊ะ เผลอพูดคำที่พ่อเพิ่งพูดไปซะแล้วสิ แม่พูดกลั้วหัวเราะ คาโอรุก็อดอมยิ้มกับท่าทางที่ดูเหมือนสาวรุ่นของหญิงสาวที่สง่างามสมวัยคนนี้ไม่ได้เช่นกัน ดูเหมือนจะทำให้บรรยากาศหายอึดอัดไปได้มากเลยทีเดียว เพื่อนน่ะ อาจจะเป็นแขนเป็นขา....ถึงแม้การสูญเสียไปจะเป็นเรื่องที่เจ็บปวดแต่มันก็เทียบไม่ได้กับสายตาของคาโอรุคุงนี่นะ....เพราะมันเป็นสายตาที่เหมือนกับพวกฉันทั้งคู่ไม่มีผิด....
.....สายตาของคนที่สูญเสีย ด ว ง ใ จ น่ะจ้ะ
ครับ....ถูกแล้วครับ คุณแม่ คาโอรุก้มหน้าลงอย่างอดกลั้น แต่ถึงแม้มือที่กำไว้จะแน่นขนาดไหน ก็ไม่อาจยับยั้งน้ำตาที่หลั่งไหลลงมาได้ หยดน้ำตาที่ตกกระทบหน้าตักของตัวเอง แทรกซึมเข้าเปื้อนผิวเนื้อใต้ผืนผ้าสีเข้ม คุณแม่เองก็นั่งจิบน้ำชาเงียบๆพักใหญ่อย่างเข้าใจก่อนจะเอ่ยออกมาอีกครั้ง
เพราะฉะนั้นก็ขอให้ยอมรับพวกเราได้อย่างสนิทใจเลยนะจ๊ะ ฉันกับพ่อก็เช่นกัน
ครับ...คุณแม่...ขอบคุณ....ขอบคุณฮะ ฮึก
"เดินทางดีๆนะ คาโอรุ นี่จ้ะ ป้ายวิญญาณของไดสุเกะแล้วก็ฝากส่วนหนึ่งของเขา...ที่จะเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลของลูก แหม...ไม่รู้ว่าทางนั้นจะมีปัญหาอะไรรึเปล่านะ?" คุณแม่ยกมือขึ้นทาบแก้มด้วยใบหน้าวิตก
"ไม่มีหรอกครับ....ก็ดายเป็นคนที่ผมเลือกแล้วนี่ฮะ ไม่ว่ายังไง ผมก็ไม่ยอมให้มีปัญหาแน่นอน
ครับ คุณแม่" คาโอรุรับทุกอย่างมาจากมือของแม่
เอ๋? เอาแต่ใจเหมือนกันนี่นา เราน่ะ คุณแม่หัวเราะเบาๆอย่างวางใจ
"ผมไปล่ะครับ คุณพ่อ แล้วจะส่งเหล้าดีๆมาฝาก" คาโอรุพูดกลั้วหัวเราะ และยอมรับสายตาเหี้ยมที่ตวัดใส่เขาโดยดี
"เออ แล้วกลับมาเที่ยวบ้างล่ะ.....ไอ้ลูกชาย" พ่อตบไหล่คาโอรุพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะลั่นสถานี
"เวลาที่ยังเหลือ....ขอฉันอยู่กับคาโอรุก่อนได้มั๊ย? อิซุโกะ" ดายแย้มเรียวปากยิ้มขณะมองภาพที่อบอุ่นนั้น ไม่ได้ขาดใคร...ไม่ได้ขาดเขาไปเลย เพราะมันเป็นภาพความอบอุ่นของครอบครัวที่มีเขาอยู่ในหัวใจของทั้งสามคนตรงหน้านั้น
"ได้สิ...แล้วเจอกันที่โตเกียว"
แล้วอิซุโกะก็หายไป ส่วนดายตัดสินใจที่จะขึ้นชินกังเซ็นไปพร้อมๆคาโอรุ เขายิ้มเมื่อคาโอรุรับตั๋วจากพนักงาน ...คิดไว้แล้วเชียว ว่าเจ้าบ้าคาโอรุจะต้องซื้อตั๋วสองใบ.....
ที่ผ่านมาก็ไม่เห็นจะมีท่าทีสักนิด ว่าอยากจะแต่งงานกันให้เป็นเรื่องเป็นราว คงเป็นเพราะเราทั้งคู่ก็เข้าใจและยอมรับโดยดีมาตลอดล่ะมั๊ง ว่าสังคมยังยอมรับไม่ได้ขนาดนั้น ถึงแม้ว่าการที่เขาต้องมาจากไปก่อนจะเป็นเรื่องที่โหดร้ายก็ตาม แต่ก็ถูกอย่างที่อิซุโกะพูดนั่นแหล่ะนะ.....
ก็แล้วทำไมถึงจะต้องเป็นฉันล่ะ!? ทั้งที่ความสุขขนาดนี้กำลังรออยู่ในอนาคตแท้ๆแต่กลับต้องถูกใครบางคนทำให้ตายไป! จะให้ฉันให้อภัยมันได้ยังไง!? ดายตะโกนทั้งน้ำตา และถึงพวกเขาจะดูเหมือนทะเลาะกันกลางบ้านที่เพิ่งผ่านงานศพมาหมาดๆจึงมีบรรยากาศเงียบสงบ แต่ก็ไม่ได้ทำให้ใครรู้สึกว่ามันเป็นการรบกวน...
เพราะไม่มีใครเห็น...ไม่มีใครได้ยินเขาอีกต่อไปแล้วสินะ...........
นั่นเป็นความสับสนหลังจากที่ความสุขจากการกระทำของคาโอรุที่ขอเขากับพ่อและแม่ นั่นทำให้เขาแทบหยุดหายใจและถูกความเป็นจริงว่าเขาเป็นแค่คนที่ตายไปแล้วกระชากกลับมารับรู้ความเจ็บปวด เขาร้องไห้ เขย่าตัวของอิซุโกะอย่างบ้าคลั่งอย่างต้องการคำตอบ หากสีหน้าที่ไม่เปลี่ยนแปลงของเธอก็ทำให้เขารู้ว่าสิ่งที่ทำมันดูโง่เง่าจนอดสมเพชตัวเองไม่ได้
แล้วถ้าไม่เป็นเธอ....จะให้เป็นใครล่ะ? อิซุโกะถามหยั่ง
ใครก็.......อ๊ะ!! ดายที่กำลังขาดสติชะงักกับคำที่ตัวเองกำลังจะพูดออกมาอย่างสำนึกผิด
...ใครก็ได้....ใครก็ได้ที่ไม่ใช่พวกเขางั้นเหรอ? ที่เขาจะพูดออกมาน่ะ! ดายกำหมัดแน่นอย่างเจ็บปวด
....นี่สินะ....ความรู้สึกที่แท้จริงของมนุษย์อย่างเขา...มนุษย์ที่เห็นแก่ตัว.......
ดายเงียบไปอย่างพูดอะไรไม่ออก ในความเงียบนั้นเองที่อิซุโกะเอ่ยสิ่งที่ทำให้เขาคิดได้ออกมา
ไม่มีใครรู้ว่าจะมีอนาคตแบบไหนรออยู่หรอกนะ สิ่งที่นายต้องสำนึกเสียใจน่ะไม่ใช่ความตายที่นายได้รับ แต่เป็นสิ่งที่นายไม่ยอมทำก่อนที่จะตายต่างหาก อีกอย่างก็คือไม่ใช่ว่าจะเอาใครมารับกรรมของใครแทนได้ง่ายๆหรอกนะ แต่ถ้าสมมติล่ะ? สมมติว่ามันเป็นชะตาที่ระหว่างนายสองคนจะต้องมีคนหนึ่งที่จากไปในคราวนี้ เลือกสิ...เลือกว่าจะเป็นนายหรือให้เป็นเขา?
.ถ้าเป็น.....ถ้าต้องเป็นคาโอรุน่ะเหรอ...........................
........เข้าใจแล้ว อิซุโกะ ดายก้มหน้านิ่ง และคำตอบที่มาพร้อมกับสายตาอันสับสนที่หายไปแล้วนั้นก็ทำให้อิซุโกะเผยยิ้มอย่างพอใจ
....เป็นฉันนี่แหล่ะ ดีแล้ว
ดายเท้าคางมองคาโอรุใช้ตะเกียบคีบข้าวขาวเข้าปากช้าๆอย่างเอ็นดู นายนี่น่ารักจังน๊า~ คาโอรุเนี่ย ถึงจะแก่ เอ้ย ถึงจะโตป่านนี้แล้วก็ยังมีเวลาที่เหมือนจะกลับไปเป็นเด็กได้ง่ายๆ ....กี่ปีมาแล้วนะ...ที่คบกับนาย? แค่นับตั้งแต่ที่ย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกันก็เกือบ 3 ปีแล้วสินะ?
....โชคชะตา....ขอบคุณที่เลือกให้คนที่จากมา...เป็นผม เพราะผมคงทนอยู่บนโลกที่ไม่มีคาโอรุไม่ได้หรอก ความเข้มแข็งทั้งหมด ขอให้รวมกันอยู่ที่คนรักของผม....เพื่อให้เขามีชีวิตต่อไปอย่างสดใสเถอะนะ....
ประตูห้องที่เปิดออก บรรยากาศเดิมที่โชยกรุ่นออกมาจากด้านในแปลกปลอมด้วยกลิ่นหมึกของกระดาษหนังสือพิมพ์
ประตูที่ปิดลง คาโอรุลากเท้าไปที่เตียงและล้มตัวลงนอนทั้งชุดสูท ดายยืนนิ่งอยู่ที่ประตู เขาแหงนหน้ามองรอบห้อง ที่ผนังมีแต่หนังสือพิมพ์ที่ถูกตัดออกมาแต่ข่าวการตายของเขาแปะไปทั่วห้อง ทีวีก็เปิดรออยู่แล้ว...เปิดวนแต่ข่าวของเขา ดูเหมือนมันจะถูกอัดมาจากหลายๆช่อง รวมกันอยู่ที่วิดิโอม้วนเดียวที่กำลังเล่นวนไปวนมาไม่รู้กี่สิบรอบ
...คาโอรุ?
ดายมองคาโอรุที่ควานมือเข้าไปใต้หมอน รู้สึกได้ว่าเขากำอะไรบางอย่างใต้หมอนสีขาวนั้นแน่น น้ำเสียงเจ็บปวดที่รอดไรฟันออกมาทำให้ดายเข่าอ่อน
...ทำไม...ฉันถึง..ไม่กล้าให้นาย....มาก่อนหน้านี้นะ..........
แขนของคาโอรุสั่นระริก คงจะกอบกำอะไรบางอย่างนั่นสุดแรง ....เสียงสะอื้นบางเบาเล็ดให้ได้ยินจากที่นอนนุ่มที่คาโอรุกดหน้าลงอย่างพยายามสะกดกลั้น ถึงเสียงจากทีวีจะดังต่อไปไม่หยุด.....แต่ดายกลับรู้สึกว่าเสียงของคาโอรุดังกว่า....มันเสียดแทงใจเขาจนยากจะกลั้นน้ำตาซะจริงๆ
คืนนั้นผ่านไปโดยที่ดายยังนั่งอยู่ตรงประตู และคาโอรุก็นอนคว่ำกับเตียงไม่ขยับ
...เหลืออีกแค่ 3 วันเท่านั้นเอง...... ดายคิดพลางเหม่อมองแสงสีทองที่ส่องทะลุผ้าม่านเข้ามาในห้อง
คาโอรุเดินโซเซเข้าห้องน้ำ เขาออกมาอีกครั้งด้วยชุดคลุมและตรงไปที่ตู้เย็น ....ทำไมคาโอรุถึงได้ดูผอมลงได้ขนาดนี้นะ?.... ดายลุกขึ้นบ้างและเดินไปนั่งที่เตียง เขาอยากจะมองหน้าคาโอรุให้มากที่สุด...ก่อนที่จากไป
ร่างสูงหยิบขวดน้ำออกมาจากตู้เย็นที่ว่างเปล่า ....ทั้งที่ปกติจะต้องมีกระป๋องเบียร์อัดอยู่เต็มแท้ๆ.....เบียร์.........คงเพราะเรื่องนี้สินะ... ดายเท้าคางพลางจับสายตามองตามร่างที่เดินไปเดินมาในห้องไม่วาง ....จะต้องคิดโทษตัวเองอยู่แน่ๆ จะทำยังไงถึงจะช่วยคาโอรุได้....พอเป็นแบบนี้แล้วก็รู้ว่าตัวเองช่างไร้กำลัง เป็นแค่เศษส่วนเสี้ยวหนึ่งของโลกใบใหญ่และเหตุการณ์ที่ดำเนินอยู่ในโลก.....ถึงจะมีชีวิตอยู่ต่อไปก็คงไม่ได้มีอะไรที่แตกต่างไปจากเดิม....แต่ถึงอย่างนั้น...การที่เขาได้ใช้เวลาในชีวิตร่วมกับคาโอรุก็ถือเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุด
คาโอรุถือแก้วทรงสูงที่มีน้ำใสแจ๋วกระเพื่อมอยู่ภายใจไปหยุดยืนตรงหน้าทีวี สายตาที่จ้องมองช่างแห้งผากและราวกับว่าไม่สามารถรับรู้คำใดจากสิ่งที่ผู้ประกาศข่าวพูดออกมาเลยสักนิด
ฉันน่ะ.....จะบอกว่ารู้ว่านายตายไปแล้ว แต่ทำไมถึงยังยอมรับว่าไม่มีนายอยู่ที่ไหนบนโลกใบนี้ไม่ได้....กันนะ ถึงจะ...ถึงจะมองเห็นใบหน้าที่ขาวซีดของนาย....มือนายที่ไม่ยอมบีบตอบรับ....ถึงจะปล่อยให้คำพูดของคนอื่นกรอกหูตลอด....หรือลืมตาขึ้นมาก็เห็นข่าวที่บอกว่านายตายไปแล้ว!.....แต่ฉันก็ยัง....ยังไม่เข้าใจความรู้สึกที่อัดอั้นอยู่ข้างในซะที พื้นที่ยืนอยู่...มันเป็นคลื่นที่คอยแต่จะกลืนฉันลงไป....อากาศก็เหมือนกำลังปฏิเสธที่จะเข้าสู่เลือดของฉัน....นี่ฉัน.....ยืนอยู่ในความฝันรึเปล่า?........ถ้าตื่นขึ้นมาก็จะยังกอดนายได้......ใช่มั๊ย...ดาย............... คาโอรุกดนิ้วลงกับปุ่มสวิตช์ปิด ทันทีที่จอดับ ความเงียบที่น่าอึดอัดก็เข้าปกคลุม
คนเราน่ะ....มีขอบเขตความเข้มแข็งแค่ไหนกันนะ อิซุโกะ ดายมองร่างคาโอรุที่ยืนนิ่งอยู่หน้าทีวีที่ปิดลงและเศษแล้วที่แตกกระจายอยู่ข้างตัวร่างนั้นอย่างเจ็บปวด
มากพอที่จะผ่านเรื่องนี้ไปได้....ถ้าไม่เสียสติไปซะก่อน อิซุโกะเอ่ยตอบ การที่เอาแต่จะผลักไสความจริงที่เจ็บปวดให้เป็นความฝันน่ะ....เป็นอาการเริ่มแรกเลยล่ะ น้ำเสียงของเธอถึงจะราบเรียบ...แต่ก็เจือปนความห่วงใยอยู่ไม่น้อย
ความตาย...ทำร้ายคนที่ยังอยู่ขนาดนี้เลยเหรอ.....
...นายโชคดีมากนะ ที่ได้รู้สึกอย่างนั้น คนมากมายขนาดไหนที่ความตายของเขาไม่เป็นที่รับรู้ของใครเลย ส่วนใหญ่ดวงวิญญาณเหล่านั้นจึงเลือกที่จะลงมาเร่ร่อนอยู่ที่โลกมนุษย์เพื่อหาทางบอกถึงการจากไปของตน หรือคนที่ตายไปบนความต้องการของคนอื่น....รู้ไหมว่ามันเจ็บปวดแค่ไหน....ที่ความตายของเราเป็นไปตามความต้องการของคนอื่น
อิซุโกะ........
ฉันตายเพราะถูกทำแท้งนะ ดาย.... อิซุโกะหันมาสบตากับเขา เพื่อคนที่อยากให้นายไปอย่างสงบ....นายยังมีทางเลือก
....เข้าใจแล้ว ดายเม้มปากอย่างหม่นหมอง เขาคิดง่ายๆแค่อยากจะแก้แค้นคนที่ทำให้ต้องตายและจะให้ตกนรกหรืออะไรก็ยอม....แต่ไม่ได้คิดเลย....ว่าพ่อ แม่ และคาโอรุ...คงไม่อยากให้เขาทำแบบนั้นแน่ และถ้าเพื่อการนั้น...ทั้งสามคนก็คงจะยอมได้แม้กระทั่งการให้อภัยกับคนที่ฆ่าเขาสินะ....เพื่อเขา....เพื่อให้เขาจากไปอย่างสงบ....แน่นอน
อิซุโกะ....ฉันอยากช่วยคาโอรุ....อยากให้เขามีชีวิตต่อไปอย่างเข้มแข็ง.....
นั่นก็แล้วแต่นาย.
เธอทำได้ใช่มั๊ย....ที่จะทำให้ฉันติดต่อกับเขาได้
ได้สิ
ดายคิดไม่ผิดที่ลองพูด เขามั่นใจ...อย่างน้อยก็ 80 เปอร์เซ็นต์ว่าอิซุโกะน่าจะทำให้เขาได้ ....วันสุดท้ายแล้ว....นี่นะ....
ฉันอยากกอดคาโอรุอีกครั้ง.....
ดูเหมือนคาโอรุจะยังไม่ดีขึ้นสักนิดจากวันนั้น นับวันเขาก็ยิ่งโทรมลงไปเรื่อยๆจนน่าเป็นห่วงเรื่องสุขภาพ ดายยิ่งเจ็บปวดอย่างที่สุดที่ทำได้แค่มองเท่านั้น ถึงจะอยู่ข้างๆแต่คาโอรุก็ไม่ได้ยิ้มให้...ไม่ได้โอบกอด...ไม่ได้มองที่เขาด้วยซ้ำไป.....
ดายกำมือของตัวเองอย่างแปลกใจ มันมีความอบอุ่นไหลเวียนอยู่ เขาไล้มือไปกับพื้นเตียงในขณะที่หูก็ได้ยินเสียงบิดลูกบิดประตูห้องน้ำจากด้านใน ....ไม่รู้ว่าเหลือเวลาอีกแค่ไหน....แต่มันจะต้องมากพอที่จะมอบความเข้มแข็งนี้ให้คาโอรุแน่ๆ.......
ร่างของคาโอรุก้าวออกมาจากห้องน้ำ เขาอยู่ในชุดกางเกงและเสื้อยืดตัวโคร่งแบบที่ชอบใส่เป็นประจำ และทันทีที่เขามองเห็น........ใช่....คาโอรุมองเห็นเขาแล้วจริงๆ
ดาย......
ไง...ไม่เจอกันนานนะ? ดายยิ้มเขิน ...อายตัวเองที่ใช้คำพูดแปลกๆทักออกไปชะมัด.... ไม่ได้คิดว่าจะพูดแบบนี้..แต่พอเจอจริงๆก็ไม่รู้จะใช้คำพูดยังไง......
หมับ!
คาโอรุพุ่งตัวเข้ากอดร่างที่อยู่ตรงหน้าอย่างหวงแหน เขาสัมผัสไออุ่นจากตัวดายอย่างโหยหา และก่อนที่คำพูดอะไรจะออกมาจากปาก...กลับกลายเป็นเสียงสะอึกสะอื้นที่ดังลอดออกมาก่อน
นายกลับมาหาฉันแล้วใช่มั๊ย?? จะไม่ทิ้งฉันไปอีกแล้วนะ!? คาโอรุพูดอู้อี้เพราะกดหน้าลงกับไหล่ของดายอย่างเต็มที่
คาโอรุ.... ดายกระชับอ้อมแขนตอบ ฉัน....ตายไปแล้วนะ
........................ฮึก ร่างนั้นเริ่มสั่นเทาราวกับจะแตกสลายลงเดี๋ยวนั้น
ใจดีใช่มั๊ยล่ะ นางฟ้าน่ะ? ยอมให้ฉันมาพบกับนายเป็นครั้งสุดท้ายด้วยนะ
ใครจะยอมให้นายไปจากฉันอีกครั้งกัน....ฉันจะกอดนายไว้แน่นๆเลยนะ ดาย....จะไม่ยอมให้ใครมาเอานายไปได้อีก คาโอรุเอ่ยเสียงแผ่ว มันขาดห้วงเพราะการร้องไห้อย่างหนักของร่างนั้นด้วย
..................................... ดายยิ้มและผละตัวออก เขาแย้มยิ้มถึงแม้น้ำตาจะไหลหลั่ง ...ก็คาโอรุเองไม่ใช่เหรอ?...ที่บอกว่ารักรอยยิ้มของเขาที่สุด.... มองหน้าฉันไว้สิ....แล้วจดจำเอาไว้....เจอกันครั้งหน้า...จะ...จ...ฮึก จะได้ไม่ลืมฉันไง ทั้งๆที่พูดอย่างนั้นแต่ตัวเขาเองกลับก้มหน้าลงอย่างเจ็บปวด
นี่กลัวว่าฉันจะลืมหน้านายเหรอเนี่ย? เป็นความกลัวที่ไร้สาระจังนะ ดาย คาโอรุประคองแก้มของดายขึ้น ดูเหมือนความรู้สึกของคาโอรุจะเปลี่ยนไปนิดหน่อย เขาใช้คำพูดแบบเดิมที่เคยใช้มาตลอด น้ำเสียงที่เหมือนจะรู้ทันอีกฝ่ายไปซะทุกอย่าง น้ำเสียงที่ติดทะเล้นจากความขี้เล่นที่มีอยู่ของเขา แต่ทั้งอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้เช็ดรอยน้ำตาเก่าของตัวเองออก ....นายน่ะ มันเมียฉันทั้งคนเลยนะ?
อย่ามาเรียกฉันว่าเมียนะ เจ้าบ้า!
.....ฉันรู้.....ว่านายไม่ใช่ผู้หญิง คาโอรุยิ้มและล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงสามส่วนของตัวเอง เขาหยิบกล่องกำมะหยี่สีดำสนิทออกมาและเปิดมัน แต่ทำไงได้ล่ะ...คลั่งซะขนาดนี้แล้ว? เขาเอ่ยเสียงนุ่มพร้อมกับเอียงคอมองดายด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความรัก
แหวนเงินสะท้อนวับกับแสงไฟ สองวงที่เกี่ยวกันอย่างที่ไม่สามารถถอดออกจากกันได้นอกจากต้องใช้การตัดด้วยเครื่องมือเฉพาะ วงหนึ่งสลักอักษร D และอีกวงหนึ่งก็สลักอักษร K และส่วนที่เชื่อมกันที่ด้านในของตัวแหวนนั้นสลักนามสกุลของคนทั้งคู่เอาไว้
....NIIKURA..
ฉัน...ไม่เคยมีความกล้า....ที่จะมอบให้นายเลย...ตลอดสองปีที่ผ่านมา
สองปี....เชียวเหรอ.... ดายละสายตาจากแหวนขึ้นมองหน้าคนที่ถือมันอยู่
ไม่อยากผูกมัดนาย...เพราะนั่นเป็นสิ่งที่นายไม่ชอบ แต่ฉันก็...อยากให้เราอยู่ด้วยกันในฐานะนี้มากกว่า
ข...ขอโทษนะ ฉันไม่เคยสังเกตเลย.....ฉันกลัว..ว่านายจะเลือกงานมากกว่าฉันด้วยซ้ำไป ดายสารภาพ ในขณะที่คาโอรุยิ้มหัวอย่างเอ็นดูร่างที่ทำหน้าสลด เขายื่นหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
ขอมือซ้ายให้ผมหน่อยสิครับ ที่รัก?
อื้ม... ดายยกมือซ้ายวางลงบนมือของคาโอรุที่ยกขึ้นมารอรับไว้ เขาค่อยๆมองประกายแหวนเลื่อนเข้ามาตามนิ้วนางจนอยู่ในตำแหน่งที่ลึกที่สุด และเขาเองก็มั่นใจว่า...มันจะไม่มีทางเลื่อนหลุดออกไปเป็นครั้งที่สอง
ผมขอสาบานว่า....ไม่ว่าจะยามสุขหรือยามทุกข์ ยามมั่งมีหรือยากจน ยามสบายหรือยามป่วยไข้ ผมก็จะรักและถือว่า นิอิคุระ ไดสุเกะ เป็นคู่ชีวิต แม้ความตายจะพรากเราทั้งคู่ไปก็ตาม......
ฉันว่าคำสาบานมันเพี้ยนๆนะ..... ดายเอ่ยทั้งน้ำตา แต่ถึงอย่างนั้นสิ่งที่อยากทำมากกว่าก็คือ...แย้มยิ้ม....
เพราะมันเป็นคำสาบานที่จะถูกพูดแค่ครั้งเดียวจาก นิอิคุระ คาโอรุ เพื่อ นิอิคุระ ไดสุเกะ ไงล่ะ คาโอรุใช้มือซ้ายของตัวเองประสานเข้ากับมือซ้ายของดายอย่างรักใคร่ เขาทั้งคู่เพิ่งรู้เดียวนี้เองว่า...เสียงแหวนสองวงที่เหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยนบนเรียวนิ้วของคนที่รักกันเหลือเกินสองคน....เวลาที่มันกระทบกันเบาๆนั้น....ราวกับจะดังจนสะเทือนไปทั้งร่างเลยทีเดียว
ผมก็สาบานครับ ดายตอบแผ่วเบาก่อนจะตอบรับริมฝีปากของอีกฝ่ายทาบทับและบดคลึงอย่างอ่อนโยน ต่างฝ่ายต่างไหลเวียนความอบอุ่นผ่านกันและกัน สร้างความหอมหวานในเรียวลิ้นที่เกี่ยวกระหวัด มือทั้งสองที่ประสานกันแน่นขึ้น ดวงตาที่ไม่จำเป็นต้องใช้เพราะลมหายใจของอีกฝ่ายใกล้กันจนรู้สึกถึงการมีตัวตนอยู่ได้
ถึงแม้ว่าชั่ววินาทีที่ดายหายไปจากอ้อมกอด....ราวกับสลายไปกับอากาศรอบข้างนั้นจะมาถึง แต่ความอบอุ่นของเรียวปากที่คุ้นเคยและเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักที่ได้รับการตอบรับมาตลอดนั้น.....ก็จะไม่มีวันจางหายไป...แน่นอน
.........................................................................................................
......................................................................................
.....................................................................
ฉันหวังว่าคาโอรุคงไม่ได้มาเจอกับเธอนะ
ฉันไม่เคยหวังให้ใครได้มาเจอกับฉันหรอก อิซุโกะยิ้มตอบ ถึงเวลาที่นายจะต้องเลือกทาง 1 ใน 3 ทางของนายแล้วล่ะ
....ฉันจะไปสวรรค์ เฝ้ามองคาโอรุจากบนนั้นและรอจนกว่าวันที่เขาจะตามขึ้นไป ดายยิ้มตอบ
ฉันขอรับทางเลือกนั้น.... อิซุโกะเอ่ย และหลีกทางออกจากประตูบานใหญ่ด้านหลังที่ค่อยๆเปิดออก
เธอ...อิซุโกะ....ผู้เฝ้าประตูแห่งความเคียดแค้นบนดินแดนที่แห้งผากและปกคลุมไปด้วยความมืดนี้ ชี้ปลายนิ้วตรงเข้าไปในประตูและเผยรอยยิ้มอันอ่อนโยนเหลือเกินให้ดายพร้อมกับน้ำเสียงที่ให้ความรู้สึกอย่างเดียวกัน
「じゃあ....にいくらだいすけ..お行きなさい。」
[ ถ้าอย่างนั้น.นิอิคุระ ไดสุเกะ ...........จงไป。]
-- THE ENDs --
น่าร้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก >w<//
ข่าวฝากค่า
มีสมาชิกชมรมคนใดสนใจไปงาน Comic Season หรืองาน Boom มั้ยจ๊ะ พี่กำลังรวบรวมรายชื่อน่ะ
edit @ 2006/10/11 16:47:26
edit @ 2006/10/12 19:37:12
edit @ 2007/01/31 23:20:03

พยายามสอบเข้านะิิิจินจี้ สู้ๆๆ ขออีชั้นนอนตบพุงอยู่บ้านก่อนนะจ้า...อิอิอิ
ฟิคนี้ของแร็คกี้เหรอ
อ่านๆไป ไอ้คุณ Ando Daisuke นี้มันคุ้นๆนะ ตอนแรกนึกไม่ออก พออ่านไปเจอ Kaoru เรยกระจ่าง55
อ่านๆไปก็อมยิ้มไปอ่ะค้า ทำไมคู่นี้มันน่ารักขนาดนี้น่อ กรั่กๆๆ แต่แอบเศร้านิดๆตรงท้ายเรื่องอ่ะ ช่างเป็นคู่ที่ปลงกันไ้ด้ดีจริงๆ
ขอถามคำถามตกยุคหน่อย
งานBoomมีวันหนายเหรอ
แต่Comic Season อ่ะฮั้นไปแน่นอนฮ่ะ
อาจคอสฯด้วยนา (ถ้าเตรียมชุดเสร็จทัน)
ตกลงยังไงบอกกันด้วยนะค้า....
#1 By Dobby (125.25.18.3) on 2006-10-13 19:04