เฮอเฮอ ยังสอบไม่เสร็จเลย เหลืออีกตัวหนึ่ง แต่ได้ข่าวว่าคนอื่นๆสอบเสร็จกันเกือบหมดแล้ว (หอโล้งโล่ง ดีใจที่ไม่ได้ยินเสียงโวยวายหนวกหูชวนให้กระทืบของใครหลายๆคน บรรยากาศเหมาะแก่การอ่านหนังสือมาก ทำไมก่อนสอบไม่เป็นงี้ฟระ)

เออะ จ๊างเตอะ ว่าแล้วเราก็เอาผลงานของน้องๆในชมรมอีกคนมาลงดีกว่า เป็นฟิคอีกแล้วค่า ไม่แน่ใจว่าใช่แฟนฟิคป่าวแต่ก็น่ารักมากเลย อ่านแล้วมีความสุข อิอิ

ผลงานของแร็คคุงค่า (ใช่มะ พี่จำไม่ผิดใช่มั้ย กรี๊ด จำผิดละยุ่งเลย) NOTE ก็เหมือนเดิมคือห้ามเอาไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาตจากเจ้าตัวนะจ๊ะ

ใครยังต้องสอบอยู่ก็สู้ๆนะ อ่านฟิคเสร็จก็กลับไปอ่านหนังสือต่อล่ะ ใครสอบเสร็จแล้วก็ดีใจด้วย เดินทางไปไหนก็ระวังตัวกันด้วยนะ แล้วก็อย่าลืมส่งผลงานล่ะ (แอบทวง) น้องๆยังไม่ลืมออกแบบเสื้อชมรมกันใช่ม้าย =[]=//

แฮะๆ พล่ามเยอะแล้ว ไป ทัศนาผลงานสมาชิกกันเลยดีกว่า!!!!

SKYHIGH [ภาคพิเศษ :: KD-HIGHCastle]

"ยินดีต้อนรับสู่ประตูแห่งความเคียดแค้น คนที่ตายด้วยอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดและถูกฆ่าตายจะมาที่นี่"

"ฉัน อิซุโกะ เป็นผู้เฝ้าประตู....."

ผู้หญิงคนนั้นอยู่ในชุดยูกาตะสีดำ เรือนผมสีมืดปล่อยยาวราบไปกับแผ่นหลัง...ดูแทบจะกลืนไปกับบรรยากาศทึมทึบรอบข้างได้ มีเพียงใบหน้าสวยที่ขาวซีดไร้เลือดฝาดและดวงตาเฉยชาโดดเด่น น้ำเสียงที่ดูเหมือนจะพูดกับเขานั้นก็ราบเรียบจนน่าขนลุก

ระดับสายตาจากพื้นทำให้ผู้หญิงคนนั้น....อิซุโกะ....ตัวสูงใหญ่ราวกับกำแพงที่ไม่อาจทลายลง เป็นความน่ากลัวที่ฉาบเคลือบความเศร้าหม่นในดวงตาที่ลดระดับลงมาสบตากับเขา แต่ที่ทำให้หวาดหวั่นได้มากกว่านั้นก็คงจะเป็นบานประตูปิดสนิทบานใหญ่ที่ตั้งตระหง่านเป็นฉากหลัง ...มันไม่น่าจินตนาการเลยสักนิดเดียว ว่าหลังประตูเหล็กบานนั้นจะมีอะไรรออยู่...

"คุณอันโด ไดสุเกะ คุณถูกฆ่าและตอนนี้เป็นเพียงร่างวิญญาณเท่านั้น...."

ผู้หญิงคนนี้......พูดอะไร......?

"คุณจะต้องเลือก 1 ใน 3 ทางเลือกต่อไปนี้.........."

"หนึ่งคือขึ้นสวรรค์เพื่อเตรียมตัวไปเกิดใหม่..."

ขึ้นสวรรค์?.....เกิดใหม่???

"สองคือไม่ยอมรับความตายและกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนบนโลกไม่ไปผุดไปเกิด"

ยอมรับ.....................ความตาย...........ความตายน่ะเหรอ??

"และสาม......"

"เดี๋ยวเซ่! ที่เธอพูดน่ะ มันหมายความว่าไง!?" ชายหนุ่มที่นอนคู้อยู่กับพื้นเมื่อครู่ยันตัวลุกขึ้นมาในทันที เขาเป็นเจ้าของชื่อ อันโด ไดสุเกะ คนที่ว่า แต่ทำไมถึงได้มาอยู่ที่ที่มีผู้หญิงพูดจากประหลาดๆอยู่ได้...ก็ไม่รู้เหมือนกัน

"ยอมรับซะเถอะ คุณน่ะ....ตายไปแล้ว"

"อ...อะไรกัน? บ้าน่า....." ไดสุเกะ หรือที่มักจะให้คนอื่นเรียกว่า ดาย ขมวดคิ้วอย่างสับสน ....ตายเหรอ....ฉันน่ะ!?

"หลักฐานก็คือคุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงล่ะ" อิซุโกะเอ่ยพลางเดินเข้าใกล้ร่างที่เริ่มโงนเงน "....สายฝน......และดวงไฟ"

สายฝน.....และดวงไฟ

ดายเบิกตากว้าง เหตุการณ์เหล่านั้นราวกับจะพุ่งเข้ามาปรากฏต่อหน้าอีกครั้ง

..................................................................................................

"ฝนตกแล้วแฮะ สงสัยจะตกทั้งคืนอย่างที่พยากรณ์บอกแหงเลย คาโอรุ?" เขาเองที่พูดประโยคนี้ขณะที่ดูสายฝนเริ่มทิ้งตัวลงมาจากฟ้าครึ้ม ชายหนุ่มอีกคนเจ้าของชื่อ คาโอรุ บิดตัวอย่างขี้เกียจบนโซฟาและลุกไปปิดทีวีก่อนจะเดินตรงเข้ามาหา

"งั้นก็ไปนอนกัน?" ชายหนุ่มที่ความสูงเป็นรองดายเล็กน้อยนั้นตวัดอ้อมแขนเข้ากอดเอวเขาแน่น ใบหน้าหล่อเหลาสมวัย(?)อมยิ้มทะเล้นส่งให้ราวกับเด็กๆที่อ้อนขอขนมหวานที่ส่งกลิ่นหอมหวนล่อใจตรงหน้า

"ขอออกไปซื้อเบียร์ก่อนเหอะ ขืนตกหนักกว่านี้จะแย่" ดายเหหน้าออกไปมองฝนอีกครั้ง

"ไม่เป็นไรน่า~ เดี๋ยวฉันจะเมานายแทน ฮ่าๆๆๆ"

เปรี้ยง!

ดายใช้แรงที่พอๆกับควายน้อยอายุ 12 ปียันอีกร่างออกห่างด้วยใบหน้าแดงเถือก

"ฉันจะไปซื้อเบียร์!!" พูดจบก็คว้าร่มและรี่ออกจากห้องทันที เขาได้ยินเสียงคาโอรุไล่หลังว่าให้กลับมาเร็วๆ และมันก็ไม่แปลกสักนิดที่เขาจะรีบ ไม่ใช่เพราะจะรีบกลับมาหาเจ้าบ้าคาโอรุนะ!....แต่เพราะฝนมันเริ่มจะตกหนักขึ้นเรื่อยๆต่างหากล่ะ!!

"โอ๊ะ ทางสะดวก~" ดายฮัมเพลงอย่าอารมณ์ดี คอนวิเนี่ยนอยู่ตรงหน้าแค่ข้ามถนนไปนี่เอง ก็แปลกดีที่รถไม่มีด้วย คงเพราะฝนตกล่ะมั๊ง ถึงสัญญาณไฟคนข้ามจะยังเป็นสีแดงก็เถอะน่า ดายอมยิ้มพลางก้าวเท้าลงพื้นถนน

ก้าว....ที่ก้าวต่อเท้า........มันช้าเหมือนภาพที่ถูกทำให้ค่อยๆขยับเขยื้อน....ทีละนิด

สิ่งที่พุ่งตรงมาจากด้านซ้ายของเขาคือรถมอเตอร์ไซค์ที่ตีโค้งด้วยความเร็วจากสี่แยก ไม่มีแม้กระทั่งเสียงบีบแตรเพราะเป็นเหตุการณ์ที่กระชั้นชิดมากจนคนขับลืมแตะเบรก เสียงร่มที่ร่วงหลุดจากมือเหมือนมันจะหายไปจากส่วนหนึ่งของสภาพรอบตัว และตัวของเขาก็ถูกกระจังหน้ารถมอเตอร์ไซค์งัดให้กระเด็นขึ้นในอากาศ เสียงอื้ออึงในหูถูกเสียงยางครูดกับถนนดังเอี๊ยดแหวกโสตประสาท ทางด้านตรงข้าม ถนนที่หักโค้งเข้าสู่แยกนี้ปรากฏดวงไฟใหญ่ๆสองดวงสาดจ้าเข้าตา เสียงแตรรถบรรทุกคำรามก้องไปทั่วบริเวณและหยุดลงหลังจากที่กระแทกร่างของดายให้ลอยข้ามหัวมอเตอร์ไซค์ที่หักแฉลบหลบได้ทันก่อนที่จะประสานงากับรถบรรทุกตรงหน้า

...ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหมดสติไปตอนไหน....

และการลืมตาอีกครั้งของดาย....ก็เกิดขึ้นที่นี่

..................................................................................................

"ฉัน.....ตายแล้ว...จริงๆเหรอ.................." ดายทรุดนั่งลงอีกครั้ง เรี่ยวแรงราวกับถูกดูดซับโดยผืนดินแห้งผากใต้เท้า ".......ฮึก.....คาโอรุ............" เขารำพึงในขณะที่น้ำตาเป็นเม็ดหยดกระทบและแตกซึมสู่พื้นดินอันหิวกระหายนั้น อิซุโกะย่อตัวลงตรงหน้าเขาและเอ่ยทางเลือกทั้งสามของเขาอีกครั้งพร้อมกับเพิ่มเติมส่วนที่เขายังไม่ได้ฟังเมื่อครู่ให้ด้วย

"คุณจะต้องเลือก 1 ใน 3 ทางเลือกต่อไปนี้..........หนึ่งคือ......สองคือ....และสาม........."

"คือสาปแช่งและฆ่าจองเวรมนุษย์บนโลกได้หนึ่งคน......แต่กรณีนี้วิญญาณของคุณจะต้องตกนรกและลิ้มรสชาดความเจ็บปวดทรมานไม่ได้ไปผุดไปเกิด"

"....จงตัดสินใจเลือกให้ได้ภายใน 12 วัน"

"12...วัน.........นานจังนะ" ดายก้มหน้านิ่ง ...วันเวลาที่ไม่มีคาโอรุ....งั้นเหรอ......จะมีให้ตั้ง 12 วันเพื่ออะไรกัน?

"หายากเหมือนกันนะ กับคนที่พูดว่ามันนานน่ะ" อิซุโกะเอ่ย เธอยังอยู่ตรงหน้าเขา...ไม่ขยับไปไหน

"................" ดายปาดน้ำตาทิ้งก่อนจะถามขึ้น "สาปแช่งและฆ่าจองเวรเนี่ย....หมายความว่าจะทำให้มันตายใช่มั๊ย?"

".....ใช่" อิซุโกะตอบ

"ถ้างั้นฉันจะ............." ดายเงยหน้าขึ้นจ้องมองตอบสายตาเยียบเย็นของอิซุโกะ

"เดี๋ยว..." เธอรั้ง "คุณยังมีเวลา"

"เวลาที่ไม่มีคาโอรุ...ฉันไม่ถือว่ามีหรอกนะ!!" ดายกัดฟันกรอด ...เรื่องนี้เท่านั้น.....เรื่องนี้แค่เรื่องเดียว....เรื่องของคาโอรุ...ที่จะเรียกน้ำตาของผู้ชายอย่างเขาออกมาได้.....

"ถ้าอย่างนั้น....จะลองลงไปดูโลกหลังจากที่คุณจากมาแล้วมั๊ยล่ะ?"

"ด...ได้เหรอ?"

"ฉันทำได้" อิซุโกะย้ำคำตอบ ....ไม่รู้ว่าจะสามารถเปลี่ยนความตั้งใจที่จะเลือกทางสู่นรกของคนผู้นี้ได้ด้วยวิธีนี้หรือเปล่า....แต่เธอก็ไม่อาจปล่อยให้ใครก็ตามเลือกทางสู่นรกด้วยความรู้สึกชั่ววูบที่ไร้การไตร่ตรองและยอมรับโดยแท้จริงไปได้......

"ทำไม....ถึงมาที่นี่ล่ะ.............." ดายรำพึง เขายืนอยู่หน้าประตูบ้านของตัวเอง....ในมิเอะ จังหวัดที่เขาเกิด ดายหันหลังมองผู้คนที่ยังเดินเข้าบ้านของเขาไม่ขาด ทะลุผ่านตัวของเขาไปอย่างไม่รู้สึกถึงการมีอยู่

"ผ่านไปเกือบ 2 วันแล้วล่ะ ช่วงที่พวกเราอยู่ที่ประตูนั้น"

ดายพยักหน้าอย่างยอมรับ เขาก้าวเข้าบ้าน ...บ้านเกิดที่ไม่ได้กลับมานานเหลือเกิน....ไม่นึกว่าการกลับมาอีกครั้ง...ก็ไม่มีใครมารับรู้กับเขาซะแล้ว....

พิธีศพที่เรียบง่ายแต่ก็มีคนแวะเวียนเข้ามาจุดธูปเยอะกว่าที่ดายเคยคิดว่าจะมีคนมางานศพของตัวเองซะอีก แม่ถือรูปเขาไว้แนบอกด้วยใบหน้าสงบนิ่ง เพราะแม่ไม่ได้แต่งหน้าเลย รอยคล้ำแดงรอบดวงตาจึงบอกได้ชัดเจนว่าผ่านการร้องไห้อย่างหนักหน่วงเพียงใด ส่วนพ่อยืนต้อนรับแขกด้วยท่าทีอ่อนระโหยแต่ก็ยังฝืนยิ้มส่งให้แขกทุกคนอย่างเต็มที่ และคาโอรุ....ก็คอยส่งธูปให้แขกที่มางานอยู่ด้านหน้าโลงศพของเขา

"....คาโอรุ" ดายเม้มริมฝีปากอย่างสะกดกลั้น

"คนส่งธูปนั่นใครหรือครับ คุณอันโด? ไม่เคยเห็นหน้าเลยนี่นะ" คำถามของชายวัยกลางคนที่มาร่วมงานเอ่ยถามกับพ่อของเขา ทำให้ดายต้องหยุดชะงักอยู่กับที่ก่อนที่จะเดินไปหาคาโอรุได้อย่างที่ตั้งใจ

"เพื่อนของไดสุเกะน่ะครับ เป็นคนที่จัดแจงเรื่องที่โตเกียวให้เรียบร้อยทุกอย่างและพาไดสุเกะกลับมาที่นี่ ต้องขอบคุณเขาจริงๆ"

"มีเพื่อนที่ดีนะ ไดสุเกะนี่.....เป็นเด็กที่ดีจริงๆ" คุณลุงคนนั้นส่ายหัวอย่างเสียดายกับการจากไปอย่างรวดเร็วของเขา

"ครับ ในเวลาที่ผมกับภรรยายังไม่สามารถทำอะไรได้เลยนั้น ก็ได้คาโอรุคุงนี่ล่ะครับ ที่จัดการทุกอย่างให้ พอเห็นเขาที่เป็นหลักของงานนี้อย่างเต็มที่ ผมก็นั่งอยู่เฉยๆไม่ได้น่ะครับ" น้ำเสียงนั้นสั่นพร่าเล็กน้อย

"ถึงแม้จะโศกเศร้า...แต่ก็ต้องอยู่เพื่อคนที่จากไปนะครับ คุณอันโด" คุณลุงคนนั้นยิ้มอย่างปลอบใจ "ถ้าอย่างนั้น เห็นจะไม่อยู่กวนคุณแล้วล่ะครับ ผมขอตัวก่อน"

"ครับ...ขอบคุณที่มานะครับ ไดสุเกะต้องดีใจแน่ๆ" พ่อโค้งให้อย่างตื้นตันใจ

"เป็นงานที่ดีนะ....." อิซุโกะหันมาพูดกับเขา "งานศพที่หรูหรา....แต่ไร้ซึ่งความจริงใจโดยสิ้นเชิง...หรืองานที่มีแขกเป็นบรรดาเจ้าหนี้ที่พ่อแม่ต้องคอยก้มหัวให้ด้วยความรู้สึกที่ต่างไปจากนี้....ฉันก็เห็นมาเยอะ"

"ฮึก....อื้อ" ดายกำมือแน่น ทำไมนะ....ทำไมเขาจะต้องมาตายไปทั้งๆแบบนี้ด้วย.......

ดายย่อตัวลงนั่งคุกเข่าข้างๆคาโอรุและเฝ้ามองดวงตาที่แห้งผากของคนข้างเคียงนั้นมองตามก้านธูปที่เลื่อนส่งให้แขกที่มาอย่างเลื่อนลอย ...ขอบคุณนะ คาโอรุ....

"นี่ก็....วันที่ 7 แล้วสินะ เหลืออีก 5 วัน......สั้นเหลือเกิน" ดายเอ่ยกับอิซุโกะที่อยู่กับเขาตลอด และบางครั้งก็จะถอยห่างออกไปเมื่อเวลาที่เจ้าตัวคิดว่าควรทำอย่างนั้น ดายเองก็เข้าใจดีว่าเรื่องของเขากับคาโอรุคงไม่ได้เป็นเรื่องที่จะยิ้มรับได้อย่างหน้าชื่นตาบานแน่....ถึงจะเป็นคนที่ดูเหมือนไม่ค่อยสนใจอะไรอย่างอิซุโกะก็เถอะ

"นายยังแค้นคนที่ทำให้นายตายอยู่รึเปล่า"

"ไม่รู้สินะ....เพียงแต่ช่วงที่ผ่านมามันทำให้ไม่ได้นึกถึงน่ะ" ดายยิ้มน้อยๆขณะที่ก้าวเท้าตามจังหวะของคาโอรุ ถัดขึ้นไปคือพ่อกับแม่ของเขาที่เดินเคียงกันเพื่อตรงกลับไปที่บ้านพร้อมกับเถ้าอัฐิของเขาในห่อสีขาวที่แม่ถือไว้อย่างทะนุถนอม

"อันโดซัง ผมมีเรื่องจะขอร้องครับ" คาโอรุกล่าวก่อนที่ทั้งคู่จะเข้าไปในบ้าน พ่อและแม่หันหลังมาอย่างประหลาดใจแต่ก็พยักหน้าและก้าวนำไปที่ห้องรับแขก

"บอกแล้วไงล่ะจ๊ะ ว่าให้เรียกว่า แม่ เถอะ เพื่อนของไดสุเกะก็เหมือนลูกของเรานะ พ่อ?" คุณแม่วางถ้วยชาลงตรงหน้าคาโอรุ พวกเขาอยู่ในห้องแบบญี่ปุ่นที่ปูด้วยทาตามิ และต้องนั่งบนฟูก

"ใช่แล้วล่ะ คาโอรุคุง จะถือว่าเรียกพวกเราแทนไดสุเกะก็ได้นะ" คุณพ่อเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เจือความเจ็บปวดอย่างมากมายเอาไว้

"ครับ แต่ว่าผมอยากจะคุยอะไรบางอย่างให้รู้เรื่องก่อน.....บางที...พวกท่านอาจจะปฏิเสธการเรียกแบบนั้นของผมก็ได้" ปลายประโยคบางเบาจนเหมือนพูดกับตัวซะมากกว่า แต่การที่คุณพ่อและคุณแม่หันมองหน้ากันอย่างไม่เข้าใจนั้นก็บอกได้ว่าพวกท่านได้ยินคำพูดนั้นอย่างชัดเจน "ก่อนจะพูดเรื่องนี้...ผมขอเบาะกับน้ำชาอีกชุดได้มั๊ยครับ?"

หลังจากที่แม่ จัดแจงยกเบาะออกมาอีกชุดและน้ำชากรุ่นร้อนอีกหนึ่งถ้วย คาโอรุก็วางเบาะนั้นไว้ข้างๆเขา และวางถ้วยน้ำชาไว้ด้านหน้าเบาะที่ว่างเปล่า

"....ไปนั่งสิ" อิซุโกะเอ่ยเสียงเรียบ เมื่อดายได้แต่มองการกระทำนั้นนิ่ง ร่างที่เย็นเยียบเป็นน้ำแข็งเมื่อครู่เอ่อล้นไปด้วยความอบอุ่นเต็มตื้นขึ้นมาจนยากจะกลั้นน้ำตาเอาไว้อีกต่อไป ดายนั่งลงที่เบาะอย่างช้าๆด้วยตัวสั่นเทา

"คุณพ่อ...คุณแม่........." คาโอรุสูดหายใจเข้าเต็มปอดก่อนจะเอ่ยประโยคต่อมาอย่างมั่นคง

"ได้โปรดยกลูกชายของพวกคุณให้ผมเถอะครับ!!" คาโอรุก้มหัวจนหน้าผากแตะพื้น

............................

"ฮึก......จ....เจ้าบ้า" ดายห่อตัวและเริ่มหลั่งน้ำตาอย่างหนัก

และความเงียบก็โรยตัวปกคลุมยาวนาน....ยาวนานจนแทบลืมหายใจ

"...คาโอรุคุง.....แต่ว่าไดสุเกะน่ะ.................." คุณแม่เอ่ยตะกุกตะกักในขณะที่ฝ่ายคุณพ่อนิ่งเงียบจนน่ากลัว

"ผมเข้าใจครับ! แต่พวกเรารักกันครับ และถึงแม้เหตุการณ์จะเป็นอย่างนี้....ไม่สิ....ยิ่งเหตุการณ์เป็นอย่างนี้ ผมจึงละเลยไปไม่ได้ ทั้งเรื่องที่ต้องบอกให้คุณพ่อกับคุณแม่ทราบและเรื่องที่อยากให้ดายคงอยู่ต่อไปในฐานะคู่ชีวิตของผมครับ" คาโอรุพูดเสียงดังฟังชัดทั้งที่ไม่เงยหน้าขึ้นจากพื้นเสื่อ

"นายกำลังจะบอกว่า....จะขอไดสุเกะไปผูกมัดตัวเอง ทั้งที่เขาจากไปแล้วน่ะรึ?" เสียงของคุณพ่อช่างเหี้ยมเกรียมจนคาโอรุต้องสะกดกลั้นไม่ให้ตัวสั่นขึ้นมา

"ครับ! แม้ว่าเขาจะไม่อยู่ที่ไหนในโลก แต่เขาจะอยู่กับผมตลอดไปครับ ฉะนั้นผมอยากทำให้ถูกต้อง อยากให้สุสานตระกูลนิอิคุระเป็นอีกที่หนึ่งที่เขาจะหลับตาได้อย่างสงบ" คาโอรุสะบัดหน้าขึ้นจ้องลึกเข้าไปในตาของคุณพ่อและก้มหน้าลงอีกครั้งอย่างอ้อนวอน ขณะที่ดายเองก็ก้มลงจรดหน้าผากกับพื้นเสื่อเช่นกัน ...มันไม่เย็น...ไม่เย็นเลยสักนิดเดียวทั้งที่ควรจะเย็นเพราะอากาศที่ทำให้หนาว.......เป็นพื้น...ที่อบอุ่น...จริงๆ.....

แล้วก็เกิดความเงียบอีกครั้ง.....ดูเหมือนครั้งนี้จะยาวนานกว่าครั้งที่แล้วเสียอีก

"....คาโอรุคุง....." คุณแม่เป็นฝ่ายเอ่ยทำลายความเงียบอีกครา "....งั้นก็ยิ่งไม่มีเหตุผลปฏิเสธที่จะเรียกฉันว่า แม่ แล้วนะจ๊ะ"

ทั้งคาโอรุและดายเงยหน้าขึ้นพร้อมกันอย่างไม่เชื่อหู .....มันอุ่น....จนร้อนรุ่ม....จนอยากจะหลอมละลายลงซะเดี๋ยวนั้น.....

"ค...คุณแม่" คาโอรุเหสายตาไปทางร่างของผู้เป็นพ่อที่จ้องเขานิ่ง ร่างสูงกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะเอ่ย "....ขอบคุณครับ คุณพ่อ ขอบพระคุณ"

จะว่าไงดีนะ แม่? แม่พูดไปแล้วกัน ฉันมันพูดไม่เก่งซะด้วยสินะ คุณพ่อร่างใหญ่ส่ายหัวเล็กน้อยขณะที่ค่อยๆขยับตัวลุกขึ้นและสาวเท้าออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบ

คุณพ่อ...รับไม่ได้หรือครับ? คาโอรุที่รับรู้การออกจากห้องไปของคุณพ่อได้ทางสายตาที่เรี่ยพื้นเม้มปากอย่างเจ็บปวด

เงยหน้าขึ้นก่อนเถอะจ้ะ รอยยิ้มของคุณแม่อ่อนโยนจนทำให้น้ำตาของดายหยุดไปได้ เขามองคาโอรุที่ยืดตัวขึ้นนั่งและรู้ว่าร่างนั้นลอบมองมาทางเบาะที่ว่างเปล่าด้านข้างด้วยความอาลัย ...ถ้าเขามีตัวตนนั่งอยู่ที่นี่ในตอนนี้...คาโอรุคงจะหันมายิ้มให้....มากกว่าจะทำหน้าแบบนั้นสินะ

ขอบคุณที่บอกนะ คาโอรุคุง..... คุณนายอันโดยกชาขึ้นจิบและเลื่อนมือลง สบตากับคาโอรุและเอ่ยต่อ จะพูดว่าไม่ระแคะระคายเลย...ก็ไม่ได้หรอก เพราะพวกฉันก็พอจะรู้อยู่เหมือนกัน คิดว่าน่าจะตั้งแต่ที่ได้พบคาโอรุคุงครั้งแรกแล้วล่ะ

เอ๋? คาโอรุขมวดคิ้ว ...ผมว่าผมก็ทำตัวให้ปกติที่สุดแล้วนะครับ เขาพูดเสียงอ่อย อากัปกิริยาอย่างนั้นทำให้ดายอดหัวเราะเบาๆออกมาไม่ได้ จะว่าที่เจ้าตัวมั่นใจว่าหลอกตาคนอื่นด้วยสีหน้าเก่งก็คงจะถูกอยู่หรอก แต่ก็เพราะอย่างนั้นแหล่ะ ที่ทำให้ดายต้องสัมผัสคาโอรุให้มากขึ้น...อีกมาก เพื่อจะเรียนรู้นิสัย(เด็กๆ)ของผู้ชายคนนี้ได้หมด

จะว่าไงดีนะ? อ๊ะ เผลอพูดคำที่พ่อเพิ่งพูดไปซะแล้วสิ แม่พูดกลั้วหัวเราะ คาโอรุก็อดอมยิ้มกับท่าทางที่ดูเหมือนสาวรุ่นของหญิงสาวที่สง่างามสมวัยคนนี้ไม่ได้เช่นกัน ดูเหมือนจะทำให้บรรยากาศหายอึดอัดไปได้มากเลยทีเดียว เพื่อนน่ะ อาจจะเป็นแขนเป็นขา....ถึงแม้การสูญเสียไปจะเป็นเรื่องที่เจ็บปวดแต่มันก็เทียบไม่ได้กับสายตาของคาโอรุคุงนี่นะ....เพราะมันเป็นสายตาที่เหมือนกับพวกฉันทั้งคู่ไม่มีผิด....

.....สายตาของคนที่สูญเสีย ด ว ง ใ จ น่ะจ้ะ

ครับ....ถูกแล้วครับ คุณแม่ คาโอรุก้มหน้าลงอย่างอดกลั้น แต่ถึงแม้มือที่กำไว้จะแน่นขนาดไหน ก็ไม่อาจยับยั้งน้ำตาที่หลั่งไหลลงมาได้ หยดน้ำตาที่ตกกระทบหน้าตักของตัวเอง แทรกซึมเข้าเปื้อนผิวเนื้อใต้ผืนผ้าสีเข้ม คุณแม่เองก็นั่งจิบน้ำชาเงียบๆพักใหญ่อย่างเข้าใจก่อนจะเอ่ยออกมาอีกครั้ง

เพราะฉะนั้นก็ขอให้ยอมรับพวกเราได้อย่างสนิทใจเลยนะจ๊ะ ฉันกับพ่อก็เช่นกัน

ครับ...คุณแม่...ขอบคุณ....ขอบคุณฮะ ฮึก

"เดินทางดีๆนะ คาโอรุ นี่จ้ะ ป้ายวิญญาณของไดสุเกะแล้วก็ฝากส่วนหนึ่งของเขา...ที่จะเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลของลูก แหม...ไม่รู้ว่าทางนั้นจะมีปัญหาอะไรรึเปล่านะ?" คุณแม่ยกมือขึ้นทาบแก้มด้วยใบหน้าวิตก

"ไม่มีหรอกครับ....ก็ดายเป็นคนที่ผมเลือกแล้วนี่ฮะ ไม่ว่ายังไง ผมก็ไม่ยอมให้มีปัญหาแน่นอน

ครับ คุณแม่" คาโอรุรับทุกอย่างมาจากมือของแม่

เอ๋? เอาแต่ใจเหมือนกันนี่นา เราน่ะ คุณแม่หัวเราะเบาๆอย่างวางใจ

"ผมไปล่ะครับ คุณพ่อ แล้วจะส่งเหล้าดีๆมาฝาก" คาโอรุพูดกลั้วหัวเราะ และยอมรับสายตาเหี้ยมที่ตวัดใส่เขาโดยดี

"เออ แล้วกลับมาเที่ยวบ้างล่ะ.....ไอ้ลูกชาย" พ่อตบไหล่คาโอรุพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะลั่นสถานี

"เวลาที่ยังเหลือ....ขอฉันอยู่กับคาโอรุก่อนได้มั๊ย? อิซุโกะ" ดายแย้มเรียวปากยิ้มขณะมองภาพที่อบอุ่นนั้น ไม่ได้ขาดใคร...ไม่ได้ขาดเขาไปเลย เพราะมันเป็นภาพความอบอุ่นของครอบครัวที่มีเขาอยู่ในหัวใจของทั้งสามคนตรงหน้านั้น

"ได้สิ...แล้วเจอกันที่โตเกียว"

แล้วอิซุโกะก็หายไป ส่วนดายตัดสินใจที่จะขึ้นชินกังเซ็นไปพร้อมๆคาโอรุ เขายิ้มเมื่อคาโอรุรับตั๋วจากพนักงาน ...คิดไว้แล้วเชียว ว่าเจ้าบ้าคาโอรุจะต้องซื้อตั๋วสองใบ.....

ที่ผ่านมาก็ไม่เห็นจะมีท่าทีสักนิด ว่าอยากจะแต่งงานกันให้เป็นเรื่องเป็นราว คงเป็นเพราะเราทั้งคู่ก็เข้าใจและยอมรับโดยดีมาตลอดล่ะมั๊ง ว่าสังคมยังยอมรับไม่ได้ขนาดนั้น ถึงแม้ว่าการที่เขาต้องมาจากไปก่อนจะเป็นเรื่องที่โหดร้ายก็ตาม แต่ก็ถูกอย่างที่อิซุโกะพูดนั่นแหล่ะนะ.....

ก็แล้วทำไมถึงจะต้องเป็นฉันล่ะ!? ทั้งที่ความสุขขนาดนี้กำลังรออยู่ในอนาคตแท้ๆแต่กลับต้องถูกใครบางคนทำให้ตายไป! จะให้ฉันให้อภัยมันได้ยังไง!? ดายตะโกนทั้งน้ำตา และถึงพวกเขาจะดูเหมือนทะเลาะกันกลางบ้านที่เพิ่งผ่านงานศพมาหมาดๆจึงมีบรรยากาศเงียบสงบ แต่ก็ไม่ได้ทำให้ใครรู้สึกว่ามันเป็นการรบกวน...

เพราะไม่มีใครเห็น...ไม่มีใครได้ยินเขาอีกต่อไปแล้วสินะ...........

นั่นเป็นความสับสนหลังจากที่ความสุขจากการกระทำของคาโอรุที่ขอเขากับพ่อและแม่ นั่นทำให้เขาแทบหยุดหายใจและถูกความเป็นจริงว่าเขาเป็นแค่คนที่ตายไปแล้วกระชากกลับมารับรู้ความเจ็บปวด เขาร้องไห้ เขย่าตัวของอิซุโกะอย่างบ้าคลั่งอย่างต้องการคำตอบ หากสีหน้าที่ไม่เปลี่ยนแปลงของเธอก็ทำให้เขารู้ว่าสิ่งที่ทำมันดูโง่เง่าจนอดสมเพชตัวเองไม่ได้

แล้วถ้าไม่เป็นเธอ....จะให้เป็นใครล่ะ? อิซุโกะถามหยั่ง

ใครก็.......อ๊ะ!! ดายที่กำลังขาดสติชะงักกับคำที่ตัวเองกำลังจะพูดออกมาอย่างสำนึกผิด

...ใครก็ได้....ใครก็ได้ที่ไม่ใช่พวกเขางั้นเหรอ? ที่เขาจะพูดออกมาน่ะ! ดายกำหมัดแน่นอย่างเจ็บปวด

....นี่สินะ....ความรู้สึกที่แท้จริงของมนุษย์อย่างเขา...มนุษย์ที่เห็นแก่ตัว.......

ดายเงียบไปอย่างพูดอะไรไม่ออก ในความเงียบนั้นเองที่อิซุโกะเอ่ยสิ่งที่ทำให้เขาคิดได้ออกมา

ไม่มีใครรู้ว่าจะมีอนาคตแบบไหนรออยู่หรอกนะ สิ่งที่นายต้องสำนึกเสียใจน่ะไม่ใช่ความตายที่นายได้รับ แต่เป็นสิ่งที่นายไม่ยอมทำก่อนที่จะตายต่างหาก อีกอย่างก็คือไม่ใช่ว่าจะเอาใครมารับกรรมของใครแทนได้ง่ายๆหรอกนะ แต่ถ้าสมมติล่ะ? สมมติว่ามันเป็นชะตาที่ระหว่างนายสองคนจะต้องมีคนหนึ่งที่จากไปในคราวนี้ เลือกสิ...เลือกว่าจะเป็นนายหรือให้เป็นเขา?

.ถ้าเป็น.....ถ้าต้องเป็นคาโอรุน่ะเหรอ...........................

........เข้าใจแล้ว อิซุโกะ ดายก้มหน้านิ่ง และคำตอบที่มาพร้อมกับสายตาอันสับสนที่หายไปแล้วนั้นก็ทำให้อิซุโกะเผยยิ้มอย่างพอใจ

....เป็นฉันนี่แหล่ะ ดีแล้ว

ดายเท้าคางมองคาโอรุใช้ตะเกียบคีบข้าวขาวเข้าปากช้าๆอย่างเอ็นดู นายนี่น่ารักจังน๊า~ คาโอรุเนี่ย ถึงจะแก่ เอ้ย ถึงจะโตป่านนี้แล้วก็ยังมีเวลาที่เหมือนจะกลับไปเป็นเด็กได้ง่ายๆ ....กี่ปีมาแล้วนะ...ที่คบกับนาย? แค่นับตั้งแต่ที่ย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกันก็เกือบ 3 ปีแล้วสินะ?

....โชคชะตา....ขอบคุณที่เลือกให้คนที่จากมา...เป็นผม เพราะผมคงทนอยู่บนโลกที่ไม่มีคาโอรุไม่ได้หรอก ความเข้มแข็งทั้งหมด ขอให้รวมกันอยู่ที่คนรักของผม....เพื่อให้เขามีชีวิตต่อไปอย่างสดใสเถอะนะ....

ประตูห้องที่เปิดออก บรรยากาศเดิมที่โชยกรุ่นออกมาจากด้านในแปลกปลอมด้วยกลิ่นหมึกของกระดาษหนังสือพิมพ์

ประตูที่ปิดลง คาโอรุลากเท้าไปที่เตียงและล้มตัวลงนอนทั้งชุดสูท ดายยืนนิ่งอยู่ที่ประตู เขาแหงนหน้ามองรอบห้อง ที่ผนังมีแต่หนังสือพิมพ์ที่ถูกตัดออกมาแต่ข่าวการตายของเขาแปะไปทั่วห้อง ทีวีก็เปิดรออยู่แล้ว...เปิดวนแต่ข่าวของเขา ดูเหมือนมันจะถูกอัดมาจากหลายๆช่อง รวมกันอยู่ที่วิดิโอม้วนเดียวที่กำลังเล่นวนไปวนมาไม่รู้กี่สิบรอบ

...คาโอรุ?

ดายมองคาโอรุที่ควานมือเข้าไปใต้หมอน รู้สึกได้ว่าเขากำอะไรบางอย่างใต้หมอนสีขาวนั้นแน่น น้ำเสียงเจ็บปวดที่รอดไรฟันออกมาทำให้ดายเข่าอ่อน

...ทำไม...ฉันถึง..ไม่กล้าให้นาย....มาก่อนหน้านี้นะ..........

แขนของคาโอรุสั่นระริก คงจะกอบกำอะไรบางอย่างนั่นสุดแรง ....เสียงสะอื้นบางเบาเล็ดให้ได้ยินจากที่นอนนุ่มที่คาโอรุกดหน้าลงอย่างพยายามสะกดกลั้น ถึงเสียงจากทีวีจะดังต่อไปไม่หยุด.....แต่ดายกลับรู้สึกว่าเสียงของคาโอรุดังกว่า....มันเสียดแทงใจเขาจนยากจะกลั้นน้ำตาซะจริงๆ

คืนนั้นผ่านไปโดยที่ดายยังนั่งอยู่ตรงประตู และคาโอรุก็นอนคว่ำกับเตียงไม่ขยับ

...เหลืออีกแค่ 3 วันเท่านั้นเอง...... ดายคิดพลางเหม่อมองแสงสีทองที่ส่องทะลุผ้าม่านเข้ามาในห้อง

คาโอรุเดินโซเซเข้าห้องน้ำ เขาออกมาอีกครั้งด้วยชุดคลุมและตรงไปที่ตู้เย็น ....ทำไมคาโอรุถึงได้ดูผอมลงได้ขนาดนี้นะ?.... ดายลุกขึ้นบ้างและเดินไปนั่งที่เตียง เขาอยากจะมองหน้าคาโอรุให้มากที่สุด...ก่อนที่จากไป

ร่างสูงหยิบขวดน้ำออกมาจากตู้เย็นที่ว่างเปล่า ....ทั้งที่ปกติจะต้องมีกระป๋องเบียร์อัดอยู่เต็มแท้ๆ.....เบียร์.........คงเพราะเรื่องนี้สินะ... ดายเท้าคางพลางจับสายตามองตามร่างที่เดินไปเดินมาในห้องไม่วาง ....จะต้องคิดโทษตัวเองอยู่แน่ๆ จะทำยังไงถึงจะช่วยคาโอรุได้....พอเป็นแบบนี้แล้วก็รู้ว่าตัวเองช่างไร้กำลัง เป็นแค่เศษส่วนเสี้ยวหนึ่งของโลกใบใหญ่และเหตุการณ์ที่ดำเนินอยู่ในโลก.....ถึงจะมีชีวิตอยู่ต่อไปก็คงไม่ได้มีอะไรที่แตกต่างไปจากเดิม....แต่ถึงอย่างนั้น...การที่เขาได้ใช้เวลาในชีวิตร่วมกับคาโอรุก็ถือเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุด

คาโอรุถือแก้วทรงสูงที่มีน้ำใสแจ๋วกระเพื่อมอยู่ภายใจไปหยุดยืนตรงหน้าทีวี สายตาที่จ้องมองช่างแห้งผากและราวกับว่าไม่สามารถรับรู้คำใดจากสิ่งที่ผู้ประกาศข่าวพูดออกมาเลยสักนิด

ฉันน่ะ.....จะบอกว่ารู้ว่านายตายไปแล้ว แต่ทำไมถึงยังยอมรับว่าไม่มีนายอยู่ที่ไหนบนโลกใบนี้ไม่ได้....กันนะ ถึงจะ...ถึงจะมองเห็นใบหน้าที่ขาวซีดของนาย....มือนายที่ไม่ยอมบีบตอบรับ....ถึงจะปล่อยให้คำพูดของคนอื่นกรอกหูตลอด....หรือลืมตาขึ้นมาก็เห็นข่าวที่บอกว่านายตายไปแล้ว!.....แต่ฉันก็ยัง....ยังไม่เข้าใจความรู้สึกที่อัดอั้นอยู่ข้างในซะที พื้นที่ยืนอยู่...มันเป็นคลื่นที่คอยแต่จะกลืนฉันลงไป....อากาศก็เหมือนกำลังปฏิเสธที่จะเข้าสู่เลือดของฉัน....นี่ฉัน.....ยืนอยู่ในความฝันรึเปล่า?........ถ้าตื่นขึ้นมาก็จะยังกอดนายได้......ใช่มั๊ย...ดาย............... คาโอรุกดนิ้วลงกับปุ่มสวิตช์ปิด ทันทีที่จอดับ ความเงียบที่น่าอึดอัดก็เข้าปกคลุม

คนเราน่ะ....มีขอบเขตความเข้มแข็งแค่ไหนกันนะ อิซุโกะ ดายมองร่างคาโอรุที่ยืนนิ่งอยู่หน้าทีวีที่ปิดลงและเศษแล้วที่แตกกระจายอยู่ข้างตัวร่างนั้นอย่างเจ็บปวด

มากพอที่จะผ่านเรื่องนี้ไปได้....ถ้าไม่เสียสติไปซะก่อน อิซุโกะเอ่ยตอบ การที่เอาแต่จะผลักไสความจริงที่เจ็บปวดให้เป็นความฝันน่ะ....เป็นอาการเริ่มแรกเลยล่ะ น้ำเสียงของเธอถึงจะราบเรียบ...แต่ก็เจือปนความห่วงใยอยู่ไม่น้อย

ความตาย...ทำร้ายคนที่ยังอยู่ขนาดนี้เลยเหรอ.....

...นายโชคดีมากนะ ที่ได้รู้สึกอย่างนั้น คนมากมายขนาดไหนที่ความตายของเขาไม่เป็นที่รับรู้ของใครเลย ส่วนใหญ่ดวงวิญญาณเหล่านั้นจึงเลือกที่จะลงมาเร่ร่อนอยู่ที่โลกมนุษย์เพื่อหาทางบอกถึงการจากไปของตน หรือคนที่ตายไปบนความต้องการของคนอื่น....รู้ไหมว่ามันเจ็บปวดแค่ไหน....ที่ความตายของเราเป็นไปตามความต้องการของคนอื่น

อิซุโกะ........

ฉันตายเพราะถูกทำแท้งนะ ดาย.... อิซุโกะหันมาสบตากับเขา เพื่อคนที่อยากให้นายไปอย่างสงบ....นายยังมีทางเลือก

....เข้าใจแล้ว ดายเม้มปากอย่างหม่นหมอง เขาคิดง่ายๆแค่อยากจะแก้แค้นคนที่ทำให้ต้องตายและจะให้ตกนรกหรืออะไรก็ยอม....แต่ไม่ได้คิดเลย....ว่าพ่อ แม่ และคาโอรุ...คงไม่อยากให้เขาทำแบบนั้นแน่ และถ้าเพื่อการนั้น...ทั้งสามคนก็คงจะยอมได้แม้กระทั่งการให้อภัยกับคนที่ฆ่าเขาสินะ....เพื่อเขา....เพื่อให้เขาจากไปอย่างสงบ....แน่นอน

อิซุโกะ....ฉันอยากช่วยคาโอรุ....อยากให้เขามีชีวิตต่อไปอย่างเข้มแข็ง.....

นั่นก็แล้วแต่นาย.

เธอทำได้ใช่มั๊ย....ที่จะทำให้ฉันติดต่อกับเขาได้

ได้สิ

ดายคิดไม่ผิดที่ลองพูด เขามั่นใจ...อย่างน้อยก็ 80 เปอร์เซ็นต์ว่าอิซุโกะน่าจะทำให้เขาได้ ....วันสุดท้ายแล้ว....นี่นะ....

ฉันอยากกอดคาโอรุอีกครั้ง.....

ดูเหมือนคาโอรุจะยังไม่ดีขึ้นสักนิดจากวันนั้น นับวันเขาก็ยิ่งโทรมลงไปเรื่อยๆจนน่าเป็นห่วงเรื่องสุขภาพ ดายยิ่งเจ็บปวดอย่างที่สุดที่ทำได้แค่มองเท่านั้น ถึงจะอยู่ข้างๆแต่คาโอรุก็ไม่ได้ยิ้มให้...ไม่ได้โอบกอด...ไม่ได้มองที่เขาด้วยซ้ำไป.....

ดายกำมือของตัวเองอย่างแปลกใจ มันมีความอบอุ่นไหลเวียนอยู่ เขาไล้มือไปกับพื้นเตียงในขณะที่หูก็ได้ยินเสียงบิดลูกบิดประตูห้องน้ำจากด้านใน ....ไม่รู้ว่าเหลือเวลาอีกแค่ไหน....แต่มันจะต้องมากพอที่จะมอบความเข้มแข็งนี้ให้คาโอรุแน่ๆ.......

ร่างของคาโอรุก้าวออกมาจากห้องน้ำ เขาอยู่ในชุดกางเกงและเสื้อยืดตัวโคร่งแบบที่ชอบใส่เป็นประจำ และทันทีที่เขามองเห็น........ใช่....คาโอรุมองเห็นเขาแล้วจริงๆ

ดาย......

ไง...ไม่เจอกันนานนะ? ดายยิ้มเขิน ...อายตัวเองที่ใช้คำพูดแปลกๆทักออกไปชะมัด.... ไม่ได้คิดว่าจะพูดแบบนี้..แต่พอเจอจริงๆก็ไม่รู้จะใช้คำพูดยังไง......

หมับ!

คาโอรุพุ่งตัวเข้ากอดร่างที่อยู่ตรงหน้าอย่างหวงแหน เขาสัมผัสไออุ่นจากตัวดายอย่างโหยหา และก่อนที่คำพูดอะไรจะออกมาจากปาก...กลับกลายเป็นเสียงสะอึกสะอื้นที่ดังลอดออกมาก่อน

นายกลับมาหาฉันแล้วใช่มั๊ย?? จะไม่ทิ้งฉันไปอีกแล้วนะ!? คาโอรุพูดอู้อี้เพราะกดหน้าลงกับไหล่ของดายอย่างเต็มที่

คาโอรุ.... ดายกระชับอ้อมแขนตอบ ฉัน....ตายไปแล้วนะ

........................ฮึก ร่างนั้นเริ่มสั่นเทาราวกับจะแตกสลายลงเดี๋ยวนั้น

ใจดีใช่มั๊ยล่ะ นางฟ้าน่ะ? ยอมให้ฉันมาพบกับนายเป็นครั้งสุดท้ายด้วยนะ

ใครจะยอมให้นายไปจากฉันอีกครั้งกัน....ฉันจะกอดนายไว้แน่นๆเลยนะ ดาย....จะไม่ยอมให้ใครมาเอานายไปได้อีก คาโอรุเอ่ยเสียงแผ่ว มันขาดห้วงเพราะการร้องไห้อย่างหนักของร่างนั้นด้วย

..................................... ดายยิ้มและผละตัวออก เขาแย้มยิ้มถึงแม้น้ำตาจะไหลหลั่ง ...ก็คาโอรุเองไม่ใช่เหรอ?...ที่บอกว่ารักรอยยิ้มของเขาที่สุด.... มองหน้าฉันไว้สิ....แล้วจดจำเอาไว้....เจอกันครั้งหน้า...จะ...จ...ฮึก จะได้ไม่ลืมฉันไง ทั้งๆที่พูดอย่างนั้นแต่ตัวเขาเองกลับก้มหน้าลงอย่างเจ็บปวด

นี่กลัวว่าฉันจะลืมหน้านายเหรอเนี่ย? เป็นความกลัวที่ไร้สาระจังนะ ดาย คาโอรุประคองแก้มของดายขึ้น ดูเหมือนความรู้สึกของคาโอรุจะเปลี่ยนไปนิดหน่อย เขาใช้คำพูดแบบเดิมที่เคยใช้มาตลอด น้ำเสียงที่เหมือนจะรู้ทันอีกฝ่ายไปซะทุกอย่าง น้ำเสียงที่ติดทะเล้นจากความขี้เล่นที่มีอยู่ของเขา แต่ทั้งอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้เช็ดรอยน้ำตาเก่าของตัวเองออก ....นายน่ะ มันเมียฉันทั้งคนเลยนะ?

อย่ามาเรียกฉันว่าเมียนะ เจ้าบ้า!

.....ฉันรู้.....ว่านายไม่ใช่ผู้หญิง คาโอรุยิ้มและล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงสามส่วนของตัวเอง เขาหยิบกล่องกำมะหยี่สีดำสนิทออกมาและเปิดมัน แต่ทำไงได้ล่ะ...คลั่งซะขนาดนี้แล้ว? เขาเอ่ยเสียงนุ่มพร้อมกับเอียงคอมองดายด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความรัก

แหวนเงินสะท้อนวับกับแสงไฟ สองวงที่เกี่ยวกันอย่างที่ไม่สามารถถอดออกจากกันได้นอกจากต้องใช้การตัดด้วยเครื่องมือเฉพาะ วงหนึ่งสลักอักษร D และอีกวงหนึ่งก็สลักอักษร K และส่วนที่เชื่อมกันที่ด้านในของตัวแหวนนั้นสลักนามสกุลของคนทั้งคู่เอาไว้

....NIIKURA..

ฉัน...ไม่เคยมีความกล้า....ที่จะมอบให้นายเลย...ตลอดสองปีที่ผ่านมา

สองปี....เชียวเหรอ.... ดายละสายตาจากแหวนขึ้นมองหน้าคนที่ถือมันอยู่

ไม่อยากผูกมัดนาย...เพราะนั่นเป็นสิ่งที่นายไม่ชอบ แต่ฉันก็...อยากให้เราอยู่ด้วยกันในฐานะนี้มากกว่า

ข...ขอโทษนะ ฉันไม่เคยสังเกตเลย.....ฉันกลัว..ว่านายจะเลือกงานมากกว่าฉันด้วยซ้ำไป ดายสารภาพ ในขณะที่คาโอรุยิ้มหัวอย่างเอ็นดูร่างที่ทำหน้าสลด เขายื่นหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

ขอมือซ้ายให้ผมหน่อยสิครับ ที่รัก?

อื้ม... ดายยกมือซ้ายวางลงบนมือของคาโอรุที่ยกขึ้นมารอรับไว้ เขาค่อยๆมองประกายแหวนเลื่อนเข้ามาตามนิ้วนางจนอยู่ในตำแหน่งที่ลึกที่สุด และเขาเองก็มั่นใจว่า...มันจะไม่มีทางเลื่อนหลุดออกไปเป็นครั้งที่สอง

ผมขอสาบานว่า....ไม่ว่าจะยามสุขหรือยามทุกข์ ยามมั่งมีหรือยากจน ยามสบายหรือยามป่วยไข้ ผมก็จะรักและถือว่า นิอิคุระ ไดสุเกะ เป็นคู่ชีวิต แม้ความตายจะพรากเราทั้งคู่ไปก็ตาม......

ฉันว่าคำสาบานมันเพี้ยนๆนะ..... ดายเอ่ยทั้งน้ำตา แต่ถึงอย่างนั้นสิ่งที่อยากทำมากกว่าก็คือ...แย้มยิ้ม....

เพราะมันเป็นคำสาบานที่จะถูกพูดแค่ครั้งเดียวจาก นิอิคุระ คาโอรุ เพื่อ นิอิคุระ ไดสุเกะ ไงล่ะ คาโอรุใช้มือซ้ายของตัวเองประสานเข้ากับมือซ้ายของดายอย่างรักใคร่ เขาทั้งคู่เพิ่งรู้เดียวนี้เองว่า...เสียงแหวนสองวงที่เหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยนบนเรียวนิ้วของคนที่รักกันเหลือเกินสองคน....เวลาที่มันกระทบกันเบาๆนั้น....ราวกับจะดังจนสะเทือนไปทั้งร่างเลยทีเดียว

ผมก็สาบานครับ ดายตอบแผ่วเบาก่อนจะตอบรับริมฝีปากของอีกฝ่ายทาบทับและบดคลึงอย่างอ่อนโยน ต่างฝ่ายต่างไหลเวียนความอบอุ่นผ่านกันและกัน สร้างความหอมหวานในเรียวลิ้นที่เกี่ยวกระหวัด มือทั้งสองที่ประสานกันแน่นขึ้น ดวงตาที่ไม่จำเป็นต้องใช้เพราะลมหายใจของอีกฝ่ายใกล้กันจนรู้สึกถึงการมีตัวตนอยู่ได้

ถึงแม้ว่าชั่ววินาทีที่ดายหายไปจากอ้อมกอด....ราวกับสลายไปกับอากาศรอบข้างนั้นจะมาถึง แต่ความอบอุ่นของเรียวปากที่คุ้นเคยและเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักที่ได้รับการตอบรับมาตลอดนั้น.....ก็จะไม่มีวันจางหายไป...แน่นอน

.........................................................................................................

......................................................................................

.....................................................................

ฉันหวังว่าคาโอรุคงไม่ได้มาเจอกับเธอนะ

ฉันไม่เคยหวังให้ใครได้มาเจอกับฉันหรอก อิซุโกะยิ้มตอบ ถึงเวลาที่นายจะต้องเลือกทาง 1 ใน 3 ทางของนายแล้วล่ะ

....ฉันจะไปสวรรค์ เฝ้ามองคาโอรุจากบนนั้นและรอจนกว่าวันที่เขาจะตามขึ้นไป ดายยิ้มตอบ

ฉันขอรับทางเลือกนั้น.... อิซุโกะเอ่ย และหลีกทางออกจากประตูบานใหญ่ด้านหลังที่ค่อยๆเปิดออก

เธอ...อิซุโกะ....ผู้เฝ้าประตูแห่งความเคียดแค้นบนดินแดนที่แห้งผากและปกคลุมไปด้วยความมืดนี้ ชี้ปลายนิ้วตรงเข้าไปในประตูและเผยรอยยิ้มอันอ่อนโยนเหลือเกินให้ดายพร้อมกับน้ำเสียงที่ให้ความรู้สึกอย่างเดียวกัน

「じゃあ....にいくらだいすけ..お行きなさい。」

[ ถ้าอย่างนั้น.นิอิคุระ ไดสุเกะ ...........จงไป]

-- THE ENDs --

น่าร้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก >w<//

ข่าวฝากค่า

มีสมาชิกชมรมคนใดสนใจไปงาน Comic Season หรืองาน Boom มั้ยจ๊ะ พี่กำลังรวบรวมรายชื่อน่ะ



edit @ 2006/10/11 16:47:26
edit @ 2006/10/12 19:37:12
edit @ 2007/01/31 23:20:03

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ยู้ฮู....ไม่ได้เข้าบล็อคชมรมนานมากกกกก 55
พยายามสอบเข้านะิิิจินจี้ สู้ๆๆ ขออีชั้นนอนตบพุงอยู่บ้านก่อนนะจ้า...อิอิอิ

ฟิคนี้ของแร็คกี้เหรอ
อ่านๆไป ไอ้คุณ Ando Daisuke นี้มันคุ้นๆนะ ตอนแรกนึกไม่ออก พออ่านไปเจอ Kaoru เรยกระจ่าง55

อ่านๆไปก็อมยิ้มไปอ่ะค้า ทำไมคู่นี้มันน่ารักขนาดนี้น่อ กรั่กๆๆ แต่แอบเศร้านิดๆตรงท้ายเรื่องอ่ะ ช่างเป็นคู่ที่ปลงกันไ้ด้ดีจริงๆ

ขอถามคำถามตกยุคหน่อย
งานBoomมีวันหนายเหรอ
แต่Comic Season อ่ะฮั้นไปแน่นอนฮ่ะ
อาจคอสฯด้วยนา (ถ้าเตรียมชุดเสร็จทัน)

ตกลงยังไงบอกกันด้วยนะค้า....

#1 By Dobby (125.25.18.3) on 2006-10-13 19:04

ฮัลโหลๆ ขออภัยไม่ได้เข้ามาอ่านฟิค แต่มาเยี่ยมท่านเว็บบล็อคที่คาดว่าน่าจะสอบเสร็จแล้ว บายดีบ่

ขอทราบวันงานบูมหน่อย เผื่อจะไปด้วย

แค่นี้แหละ บ๊ายบาย

#2 By (203.113.36.10) on 2006-10-14 16:16

อ้อ rep ข้างบน เราเอง ลืมพิมชื่อ

ช่วงสอบเสร็จใหม่ๆ กำลังมึนก็เงี่ย แหะๆๆ

#3 By RIKIO (203.113.36.10) on 2006-10-14 16:18

งานบูมมีวันที่ 12 พ.ย. ตรงกะงาน comic season พอดีเลยอ่ะ ถ้าจะวิ่งรอกสองงานก็เตรียมลากเลือดด้วยนะ แต่อิฉันกะไปคอมมิคซีซันอ่ะ อยากซื้อโด

#4 By คนติดสอบ เจ้าเพื่อนที่น่ารักทั้งหลาย บังอาจทิ้งชั้นเรอะ!!! (221.128.77.222) on 2006-10-16 21:51

อ่านแล้วน้ำตาเล็ดเลยค่ะ ซึ้งอย่างแรง

ยกมือว่อน อยากไปComic Seasonค่า จะไปหาโดมาเสพ ตอนนี้ลงแดงอย่างแรงเลย

#5 By Nathael (222.123.60.56) on 2006-10-28 21:40

งือๆ เศร้าโคด น้ำตาซึมเล็กน้อย

แงงงงงงงงงงงงง

#6 By hikaru_home (58.9.142.191) on 2006-11-07 10:43