Fan-Fictions

มาอิดิทเพิ่มเติม เพราะเพิ่งสังเกตมายังมีคนมาอ่านอยู่

ก่อนอื่นต้องขอโทษคนที่เข้ามาอ่านแล้วหัวเสียด้วยนะคะ  เกิดจากความผิดพลาดของเราที่เปลี่ยนธีมสีฉากหลังจากดำเป็นขาวเองนั่นแหละ  เพราะความจริงฟิคนี้ท่านพี่คนอัพคนก่อนนั้นได้ถมของเรท ๆ ไว้แล้ว  แต่ข้าพเจ้าที่มารับหน้าที่ต่อ ได้เปลี่ยนธีมจนไอ้ที่พี่เขาถมไว้มันโผล่ขึ้นมา คราวนี้เลยถมมันทั้งเรื่องเลยดีกว่า

เอาล่ะ

นี่เป็นแฟนฟิคชั่น YAOI ระดับ NC 17

หากคุณไม่รู้จักว่าYAOIคือออะไร กรุณาปิดหน้านี้ทิ้งซะ  อย่าได้อ่านด้วยความอยากรู้อยากเห็น เพราะคิดว่ามันเป็นแฟนฟิคชั่นของนิยายเรื่องโปรดเลย

และหากใครอายุไม่ถึง 18 ก็ไม่แนะนำให้อ่านด้วยค่ะ   ถือว่าได้ชี้แจงแล้วนะคะ  หากคุณอ่านแล้วรู้สึกว่ามันทำร้ายโลกอันบริสุทธิ์ของคุณ ก็ถือว่านั่นเป็นไปด้วยความเต็มใจของคุณเอง

ป.ล. อันนี้เป็นรสนิยมของคนดูแลบล๊อกชมรมแห่งนี้คนปัจจุบัน  ไม่ได้เกี่ยวข้องถึงท่านพี่ที่เคยทำหน้าที่นี้ก่อนหน้านี้

"หากมีเรื่องที่จะตำหนิติเตียนใด ๆ กรุณาสื่อออกมาด้วยภาษาไทยที่ถูกต้องและเหมาะสมด้วยค่ะ" คุณอาจจะคิดว่าภาษา'วิบัติ'นั้นมันทำให้คุณน่ารักขึ้น  แต่การที่คนไทยไม่สามารถสื่อสารด้วยภาษาไทยที่ถูกต้องได้...นั่นบ่งบอกถึงสติปัญญาของคุณค่ะ ^^

---------------------------------------------------------

ในที่สุดเราก็ได้มา กร๊ากกกกกกกกกกกกกก++

ผลงานของน้องๆสมาชิกชมรมเราเอง ดีใจจริงๆ

ความจริงก็ได้มาตั้งนานแล้วล่ะ แต่ติดปัญหาที่ว่าจะเอามาลงยังไงดี เนื่องจากเรทมัน....อ่ะนะ แต่ในที่สุดก็คิดว่ายังงี้ดีกว่า จะลงเป็นสีขาวไว้ ใครอยากอ่านก็ไฮไลท์เอานะจ๊ะ

NOTE ผลงานทั้งหมดที่ลงเป็นสมบัติของสมาชิกเจ้าของผลงาน ทางชมรมขอความร่วมมือไม่ให้นำผลงานไปเผยแพร่ที่อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลงาน โดยเฉพาะการนำผลงานไปแอบอ้างเป็นของตนเอง หากพบเจอ ทางชมรมจะดำเนินการขั้นเด็ดขาด อย่าลืมนะจ๊ะ ทางเราไม่สนับสนุนการลอกเลียนผลงาน ดังนั้น เราจึงขอให้ผู้อ่านทุกท่านเคารพสิทธิเจ้าของผลงานด้วย

เอาล่ะค่ะ ใครใคร่อ่าน อ่านเลย!!!! >w

++Fiction หัวขโมยแห่งบารามอส ลูคัสXลอเรนซ์++

 

by hikaru_home.....Otaku yyyy

 

 

"รุ่นพี่คิดยังไงกับรุ่นพี่ลูคัสอ่ะคับ"

คำถามที่ออกมาจากคนปากดีตรงหน้า ทำเอาลอเรนซ์หรี่ตาลงอย่างขุ่นเคือง ก่อนที่มีดสั้นสีเงินวับจะถูกขว้างออกไปอย่างรวดเร็ว โดยมีเป้าหมายกลางแสกหน้าของเจ้าตัวดี หากแต่ว่ามีมารผจญมาหยุดมันเอาไว้เสียก่อน ไม่อย่างนั้นเฟรินคงต้องไปนั่งเม้าท์อยู่ในยมโลกเป็นแน่

นัยน์ตาสีฟ้าหันมาสบตากับเขาก่อนจะพยักหน้าน้อยๆ เป็นเชิงขอโทษ แล้วจึงหันควับไปที่เพื่อนตัวแสบ (หรือแฟนตัวดี ) ด้วยแววตาเชิงดุ

"ไม่ใช่ความผิดของชั้นนะ เจ้าพวกนั้นต่างหาก" สาวน้อยรีบแก้ตัวทันควันก่อนที่จะโบ้ยความผิดไปให้กับพวกแสบซ่า ปี 2 ของป้อมอัศวิน ที่แอบดูเหตุการณ์อยู่ห่างๆ

"เฮ้ย! อย่ามามั่วนิ่ม" ครี้ด ธันเดอร์ รีบตะโกนโต้ทันที

"ใช่ๆ นายเป็นคนตั้งกติกาเองนา" กัส โทนีย่าร้องรับ

"กติกาอะไร?" เจ้าของนัยน์ตาดุหันไปถามกัสอย่างสงสัย

"ก้อที่เฟรินมันตั้งว่าใครแพ้สลาป ต้องไปถามรุ่นพี่ลอเรนซ์น่ะสิ...อุ้บ!!"

กว่าจะรู้ตัวว่าผู้คุมกฎยืนฟังอยู่ด้วยก็สายไปเสียแล้ว ลอเรนซ์ที่ได้ยินทุกถ้อยทุกคำกำลังทำหน้าบึ้งมากขึ้นทุกที ราวกับภูเขาไฟที่พร้อมจะประทุได้ทุกเมื่อ

"กฎของโรงเรียน ห้ามนักเรียนเล่นการพนัน...ฉันหวังว่าจะได้เห็นพวกนายทำความสะอาดห้องสมุดในบ่ายวันนี้นะ" นักบวชพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ในขณะที่พวกตัวแสบหน้าซีดกันเป็นแถว ๆ

"รวมทั้งนายด้วยนะ..คาโล วาเนบลี..." ชายหนุ่มตวัดสายตาไปที่เจ้าชายแห่งคาโนวาล ก่อนจะเดินจากไปโดยไม่ลืมที่จะมุ่งหน้าไปยังที่พักของโรเวนปล่อยให้พวกบ้าทั้งหลายต้องทนรับกรรมกันต่อไป...

แสงจันทร์นวลสาดส่องเข้ามาในห้องราวกับปลอบโยนใจให้ผ่อนคลาย สายลมอ่อนๆ พัดเข้ามาทางหน้าต่าง เหมือนจะกล่อมจิตให้หลับใหล หากแต่ใครบางคนที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนโต๊ะ ไม่มีความง่วงงุ่นใดๆ เลย มีแต่เพียงความคิดที่ฟุ้งซ่านอยู่ในสมอง

'รุ่นพี่คิดยังไงกับรุ่นพี่ลูคัส'

คำถามนี้ยังคงตราตรึงอยู่ในหัวของเขา ทำอย่างไรก็ไม่สามารถสลัดมันออกไป คำถามที่ไม่สามารถให้คำตอบได้ทำเอาลอเรนซ์แทบจะบ้าตาย

"คำถามแค่นี้ทำไมเราถึงตอบไม่ได้ ทำไมไม่ตอบไปเลยว่าเกลียด ทำไม!" นักบวชหนุ่มพูดออกมาอย่างโกรธจัดโดยไม่ทันรู้ตัวเลยว่า คนที่เขากำลังพูดถึง เข้ามาในห้องแล้วตอนนี้

"หึๆ อะไรกันลอรี่ นายเกลียดใครงั้นหรือ?" ลูคัสก้าวเท้าเข้ามาหาลอเรนซ์แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อ มีดสั้นก็พุ่งเป้ามาที่เขา และก็หลบได้เหมือนทุกครั้ง

"ฉันบอกกี่ครั้งแล้ว ว่าอย่าเรียกฉันแบบนั้น!!" คำพูดที่ฟังดูเหมือนโกรธสุด ๆ ขัดแย้งกับเสียงที่ดูเหมือนจะอ่อนลงบ้าง

"นายดูซึมๆ นะ เป็นอะไร ไม่สบายงั้นหรือ?" ชายหนุ่มเดินมาหยุดอยู่ด้านหลังของลอเรนซ์ ก่อนจะถามอย่างอ่อนโยน

"เปล่า ฉันสบายดี" เขาพูดโดยไม่หันไปมองคนที่อยู่ข้างหลังเลยแม้แต่น้อย กลิ่นหอมอ่อน ๆ โชยมาแตะจมูกทำเอาเขาใจเต้นแรง

"งั้นหรือ ...แล้วตกลงคนที่นายบอกว่าเกลียดคือฉันล่ะสิ"

 "ไม่ใช่!!!" นักบวชหนุ่มหันไปเถียงอย่างลืมตัว พอสบตากับลูคัส เขารู้สึกเหมือนกับหน้าร้อนขึ้นมาทันที ก่อนจะรีบเบือนหน้าหนีด้วยใจที่ดังก้องอยู่ข้างใน

 "จริงหรือ...นายไม่เกลียดฉัน...ใช่มั้ย?" เสียงทุ้มต่ำกระซิบอยู่ข้างหู ยิ่งทำให้หัวใจเต้นระรัวมากขึ้น

"นายจะบ้ารึ!!" ลอเรนซ์ตวาดพร้อมกับกวาดมือไปข้างหลัง หมายที่จะอัดให้โดนเต็มๆ ใบหน้าเจ้าเล่ห์นั่น แต่ลูคัสก็ไหวตัวทัน จับมือของเขาไว้ได้ก่อนที่มันจะปะทะกับหน้าตัวเอง

ทั้งสองสบตากันครู่นึง ดวงหน้าของลอเรนซ์แดงก่ำในขณะที่ดวงตาของชายหนุ่มตรงหน้ากลับมีประกายประหลาดแฝงอยู่ ทันใดนั้นมืออันเรียวยาวของลอเรนซ์ก็ถูกประทับด้วยริมฝีปากอย่างแผ่วเบาและทะนุถนอม รวดเร็วจนเกินกว่าที่เขาจะทันรู้ตัว

"ละ..ลูคัส..นาย..." ไม่ทันที่เขาจะได้พูดอะไร ก็ถูกปิดปากด้วยจูบที่รุนแรงและเร่าร้อนเหมือนกระหายอยากมาแสนนาน รสจูบที่หอมหวานกล่อมให้ลอเรนซ์เคลิ้มตามโดยไม่สามารถควบคุมตัวเองได้

ลูคัสดึงร่างของเขาขึ้นมากอดรัดให้สมอยาก ก่อนที่จะเอนร่างนั้นลงบนเตียงของเขา ถอนจูบออกมาพลางมองคนที่อยู่ภายใต้ร่างอันแข็งแรงด้วยแววตาที่ลึกเกินจะหยั่งถึง ลอเรนซ์ที่อ่อนระทวยด้วยรสจูบเริ่มมีเรี่ยวแรงขึ้นมาอีกครั้ง พยายามจะหยิบมีดสั้นออกมาแต่ข้อมือทั้งสองข้างก็ถูกรวบขึ้นไว้ด้านบนด้วยมืออันแข็งแกร่งของชายหนุ่ม เขาไม่สามารถขัดขืนได้เลยสักนิด

"หยุด...อย่านะลูคัส ฉันฆ่านายแน่" ลอเรนซ์มองเขาด้วยสายตาแข็งกร้าว แต่คนที่ถูกขู่ไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย กลับยิ้มยันให้เสียด้วยซ้ำ

"แน่ใจเร้อ ฉันไม่คิดว่านายจะทำได้หรอกนะ"

"แน่!!!"

ลูคัสหัวเราะในลำคออย่างขบขันกับท่าทีของเขา "ฉันจะดูซิว่า นายจะปากกล้าได้ซักเท่าไหร่" นิ้วมืออันเรียวยาวของชายหนุ่มค่อยๆ แกะกระดุมของลอเรนซ์ทีละเม็ด เสื้อของเขาถูกปลดออกเรื่อยๆ พอๆ กับที่ดวงหน้าเริ่มขึ้นสีมากขึ้นเช่นกัน

ชายหนุ่มใช้เสื้อที่ปลดออกมามัดมือของลอเรนซ์เอาไว้อย่างแน่นหนา ก่อนที่จะใช้มือทั้งสองข้างลูบไล้ไปบนเนินอกขาว ริมฝีปากร้อนซุกไซ้ซอกคอแล้วค่อยๆ เลื่อนลงมาตรงยอดอก ขบเม้มมันอย่างกระหาย แต่ลอเรนซ์ก็ไม่ยอมแพ้ เรียวปากอิ่มเม้มแน่นเพื่อไม่ให้เสียงแปลกปลอมเล็ดลอดออกมา

ลูคัสเห็นท่าทีของเขาก็ยิ้มขัน ก่อนจะลุกไล่ต่อด้วยการใช้มือปลดตะขอแล้วรูดซิบกางเกงของลอเรนซ์ออก จากนั้นจึงล้วงเข้าไปข้างใน พร้อมกับลูบคลำส่วนนั้นอย่างเบามือ ยิ่งทำให้ลอเรนซ์หน้าแดงเข้าไปใหญ่ รสสัมผัสจากมืออุ่นๆ ทำให้เขาอายตัวเองที่คล้อยตามมัน

"ไม่...อย่า..อืม...อย่าทำแบบนั้น." ชายหนุ่มเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบาปนกระเส่าอย่างยากลำบาก

แต่ลูคัสก็ไม่สน เขายังคงเล้าโลมต่อไป มืออันแข็งแกร่งดึงกางเกงของลอเรนซ์ออกแล้วโยนลงไปกองกับพื้น ก่อนที่จะดึงเสื้อผ้าชิ้นสุดท้ายออกจากตัวเขา เรือนร่างที่ไร้หนทางจะต่อต้าน ช่างยั่วยวนอารมณ์ของชายหนุ่มเสียเหลือเกิน...

"อย่า นายจะทำอะไรฉัน..."

"หึๆ ฉันจะทำให้นายรู้สึกดีไงล่ะ ลอรี่" ลูคัสยิ้มกวน แล้วริมฝีปากของเขาก็โน้มลงมาประทับจูบอย่างเร่าร้อน จนทำให้ลอเรนซ์ตอบสนองด้วยอารมณ์คล้อยตาม

ความรู้สึกเสียวซ่านเกิดมากขึ้นเพราะมือของลูคัสรูดส่วนนั้นของเขาอย่างรวดเร็ว รอยจูบที่รุนแรงปรากฏไปทั่วร่างกาย สัมผัสที่แสนหวานทำให้ลอเรนซ์ต้องครางออกมาอย่างอดไม่ได้

"...อ๊ะ...อืม...ไม่..ไม่ไหวแล้ว ลูคัส..ฉันจะ..อ๊า.." ชายหนุ่มเริ่มหายใจถี่ขึ้น ผิวขาวๆ เริ่มแดงซ่าน ยิ่งเร้าอารมณ์ให้มากยิ่งขึ้นไปอีก

"เอาสิ ปล่อยออกมาเลย" สิ้นคำพูด น้ำเมือกสีขาวขุ่นก็ถูกปล่อยออกมาเลอะหน้าขาของเขา รวมไปถึงหน้าของลูคัสอีกด้วย

ร่างบางหอบอย่างเหนื่อยอ่อน พร้อมๆ กับมองดูคนตรงหน้าที่กำลังเลียมือที่เปื้อนนั้นอยู่ ราวกับว่ามันน่าเอร็ดอร่อยและไม่รังเกียจเลยซักนิด

"...นายจะบ้ารึไง มันสกปรกนะ" ลอเรนซ์ถามพร้อมกับแววตาสงสัยสุดๆ ซึ่งมันคงจะดูน่ารักในสายตาของลูคัสแน่ๆ

"ไม่หรอก...ของคนรักน่ะ ไม่เป็นไร" ชายหนุ่มพูดพลางยิ้มหวานให้ ทำเอาคนที่ถูกมองหน้าขึ้นสีอีกครั้ง

"จะบ้ารึไง!! ใครเป็นคนรักของนายกัน!!!" ลอเรนซ์ตวาดใส่ด้วยความเขิน ส่วนลูคัสก็หัวเราะกับท่าทางที่ไม่ชินตานั่น

"ก็มีแค่คนเดียวนี่แหละ...." ว่าพลางใบหน้าคมก็ลดต่ำลงไปที่หว่างขาขาวๆ ลิ้นที่แสนชำนาญเริ่มเลียตรงส่วนนั้นอย่างอ่อนโยน ไล้จากโคนจนถึงปลายแล้วอมมันเข้าไปทั้งหมด โดยที่ไม่ลืมใช้ลิ้นรุกเร้าอยู่ภายใน ปลายลิ้นที่เกี่ยวกระหวัดสร้างความเสียวซ่านอย่างถึงที่สุด

ยังไม่พอแค่นี้ ชายหนุ่มถอนปากออกมาแล้วใช้ลิ้นลากลงไปหาช่องแคบของลอเรนซ์ เลียมันอย่างหิวกระหาย แต่มือของเขาก็เข้ามาทำหน้าที่แทนปากในทันที ความรู้สึกที่ไม่เคยพบมาก่อนกำลังปะทุอย่างรุนแรง

"อ๊า!! ..หยะ...อย่าทำแบบนั้น...อืม...ไม่..." ทั้งๆ ที่ปากปฏิเสธแต่ดูเหมือนว่าร่างกายทุกส่วนของเขา จะโอนอ่อนให้กับความรู้สึกที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย

ลอเรนซ์ยกสะโพกขึ้นน้อยๆ โดยไม่รู้ตัว มือที่ถูกรวบขึ้นไปข้างบนยึดผ้าปูที่นอนด้วยความเสียวซ่าน เสียงครางอย่างเร่าร้อนดังก้อง แต่ปากก็ยังไม่ยอมแพ้ เขายังคงปฏิเสธการกระทำของลูคัสทั้งๆ ที่ร่างกายไม่อยากจะให้หยุด

"...พอ..ไม่..พอแล้ว..อา..อ๊ะ!!"

ร่างบางสะดุ้งสุดตัว เมื่อนิ้วเรียวยาวสอดเข้าไปในร่างกายของเขา แถมยังชักเข้าออกอย่างเป็นจังหวะ นิ้วที่อยู่ภายในกำลังกระตุ้นอารมณ์ให้กระเจิดกระเจิง พร้อมกันกับปากที่ทำหน้าที่อย่างขะมักเขม้น

ดวงตาที่มีแววตาบูดบึ้งอยู่ตลอดเวลา ตอนนี้มีแต่น้ำตาคลอเบ้าเพราะความเจ็บปวดและความสุขสมที่ประดังเข้ามา ร่างของลอเรนซ์เริ่มเกร็งและเสียงหายใจที่เริ่มถี่ขึ้นเรื่อยๆ เป็นสัญญาณที่ทำให้ลูคัสหยุดมือและผละออกจากร่างกายที่แสนหวานด้วยความเสียดาย

"....นาย..ทำไม?..." ลอเรนซ์มองชายหนุ่มด้วยสายตาที่เหมือนจะวิงวอนและสงสัย ทั้งๆ ที่เขาใกล้จะถึงขีดสุดแล้วแต่ก็โดนหยุดความรู้สึกเอาไว้เสียก่อน

"ฉันไม่ให้นายไปหรอก...ถ้าอยากให้ทำ นายต้องทำให้ฉันก่อน" ลูคัสมองร่างตรงหน้าด้วยแววตายิ้มขัน ทำเอาลอเรนซ์หน้าแดงซ่าน เมื่อรู้ความหมายของคำว่า 'ทำให้'

"ว่าไงล่ะ...นายอยากไปรึเปล่า ค้างๆ คาๆ มันไม่ดีต่อสุขภาพหรอกนะ" ชายหนุ่มเอ่ยเมื่อเห็นเขานิ่งไป ลอเรนซ์ช้อนสายตาขึ้นมองด้วยใบหน้าแดงจัด ก่อนจะหลบสายตาอย่างเขินอาย

"...ก็ได้ แต่ปล่อยฉันก่อนได้มั้ย" ลูคัสนิ่งอึ้ง เพราะไม่คิดว่าเขาจะกล้าได้ขนาดนี้ แต่ก็ยอมแกะผ้าที่มัดไว้ออกให้แต่โดยดี

หลังจากที่ผ้าโดนแกะออกไปแล้ว มือของเขาก็ค่อยๆ ยื่นออกมาแตะที่กางเกงของลูคัส โดยที่ยังก้มหน้าอยู่อย่างนั้น ชายหนุ่มก็นั่งนิ่งเพื่อดูว่าคนตรงหน้าจะทำอะไรต่อไป ลอเรนซ์โน้มหน้าลงไปพลางรูดซิปกางเกงของชายหนุ่มออก แล้วใช้มือจับส่วนนั้นอย่างกล้าๆ กลัว ๆ จากนั้นจึงรูดมันขึ้นลงอย่างช้าๆ ใบหน้าของเขาแดงมากขึ้นเรื่อยๆ

มือที่ไม่ชำนาญเริ่มชักเร็วขึ้น ลิ้นของเขาค่อยๆ เลียส่วนหัวที่เป็นสีแดงก่ำอย่างแผ่วเบา ก่อนจะอมมันเข้าไปทั้งหมดอย่างยากลำบาก มือแข็งแกร่งของลูคัสลูบเรือนผมสีทองของร่างบางด้วยความรักใคร่ การกระทำของเขาแม้จะไม่ชำนาญแต่ก็ยังสร้างความรู้สึกดีที่ทำให้ชายหนุ่มต้องครางออกมาเบาๆ อย่างอดไม่ได้

"อา...ลอเรนซ์..พอ...พอก่อน" ลอเรนซ์ถอนปากออกมาแต่ยังไม่ยอมมองหน้าของลูคัสเพราะรู้สึกว่าหน้ามันร้อนไปหมด ชายหนุ่มใช้นิ้วมือลูบริมฝีปากอิ่มของลอเรนซ์ ก่อนจะจูบอีกครั้งอย่างหนักหน่วง ซึ่งคราวนี้ดูเหมือนว่า

ร่างบางจะตอบสนองโดยไม่มีท่าทีขัดขืนอีกต่อไป

"พร้อมแล้วนะ.." ชายหนุ่มกระซิบเบาๆ แต่ลอเรนซ์ก็ส่งสายตางงๆ มาให้ แต่กว่าจะรู้ตัวว่าจะเกิดอะไรต่อไป ร่างทั้งร่างก็ถูกผลักให้นอนลง และถูกกดทับด้วยร่างกายที่แข็งแรง

"อ๊ะ!! นี่มันหมายความว่ายังไงกัน" ร่างบางตกใจจนต้องร้องถามอย่างเสียมิได้ แต่คำตอบที่ได้รับกลับมาก็คือรอยยิ้มหวานและแววตาที่ทำให้วูบไหว

การกระทำย่อมดีกว่าคำพูด ลูคัสก้มลงจูบอีกครั้งแต่ว่ามือของเขากลับแยกขาขาวๆ ของลอเรนซ์ออก ก่อนจะยกสะโพกของเขาขึ้นมา ในตอนนี้ลอเรนซ์รู้แล้วว่า วินาทีต่อจากนี้จะมีอะไรเกิดขึ้น

"ห๊ะ ไม่นะลูคัส อย่าทำแบบนั้น" ร่างบางมองด้วยสายตาขอร้องแต่อารมณ์ที่คุกกรุ่นอยู่ตอนนี้ไม่มีอะไรที่จะมาหยุดมันได้แล้ว

"ไม่เป็นไรหรอกน่า นายปล่อยตัวตามสบายก็พอ เดี๋ยวฉันจัดการเอง" ว่าแล้วร่างสูงก็ค่อยๆ ใช้ท่อนที่แข็งแกร่งดันเข้าไปในร่างกายของลอเรนซ์อย่างช้าๆ นิ้วมือของร่างบางขาวซีดขณะที่ขยุ้มเสื้อของลูคัสอย่างเจ็บปวด สิ่งที่แทรกเข้ามาในร่างกายสร้างบาดแผลให้เขาจนแทบทนไม่ได้

"ไม่..เจ็บ..อย่า ฉันเจ็บลูคัส" คนที่อยู่ใต้ร่างของเขามองด้วยดวงตาที่มีน้ำตาคลอเบ้า ริมฝีปากแดงเม้มแน่นด้วยความกลัว แต่ชายหนุ่มก็ไม่อาจที่จะห้ามการกระทำของตนเองได้

ลูคัสโน้มลงไปซับน้ำตาให้ แล้วจึงจูบเบาๆ เพื่อปลอบใจ เขาค่อยๆ กดมันลงไปจนในที่สุดก็เข้าไปจนหมด ชายหนุ่มแช่ค้างเอาไว้ครู่นึงเพื่อต้องการให้ร่างบางชินเสียก่อน ก่อนที่จะกระแทกเข้าออกอย่างช้าๆ และเร็วขึ้นในที่สุด

"..อ๊ะ อ๊า อืม...ฮ้า ลูคัส...อา" ลอเรนซ์ครางกระเส่าอย่างเร่าร้อน ในหัวของเขาขาวโพลน ถึงแม้มันจะให้ความเจ็บปวดแต่ความรู้สึกแปลกใหม่ก็กำลังพลุ่งพล่านไปทั่วร่างกายเช่นกัน มันให้ความรู้สึกที่ดีเหมือนยาเสพติด จนเขาไม่อาจจะหยุดความปรารถนาของตัวเองได้อีกต่อไป

ร่างสูงถาโถมอย่างรวดเร็ว รสสัมผัสที่ได้รับยิ่งเร่งให้เขาทำตามความต้องการของตัวเองมากขึ้น เสียงหอบหายใจของทั้งสองคนดังประสานเป็นหนึ่งเดียวกัน จนใกล้จะถึงจุดหมายปลายทางในที่สุด

"...ฮ้า..อา ไม่ไหวแล้ว ฉัน..ทนไม่ไหวแล้ว" ลอเรนซ์ร้องขึ้นมาเมื่อถึงขีดสุด สองมือของเขากอดร่างสูงเอาไว้แน่น สัมผัสของผิวที่กอดก่ายทำให้เขารู้สึกถึงอุณหภูมิที่ร้อนขึ้นเรื่อยๆ

ลูคัสโถมเข้าใส่เป็นจังหวะสุดท้าย จนในที่สุดน้ำสีขาวขุ่นก็ถูกปลดปล่อยออกมาด้วยความสุขสม ทั้งสองนอนกอดกันอย่างเหนื่อยอ่อน หัวใจของลอเรนซ์เต้นแรงจนเขาคิดว่ามันแทบจะหลุดออกมาจากอก เสียงหายใจหอบถี่ค่อยๆ เบาลงจนหายใจเป็นปกติอีกครั้ง

นิ้วมือเรียวยาวกำลังลูบแก้มของลอเรนซ์อย่างรักใคร่ แววตาที่มองเขาอยู่บ่งบอกถึงความรักและความต้องการที่มีให้เขาอยู่เสมอ รอยยิ้มที่แสนใจดีเป็นสิ่งที่เขาชอบมากที่สุด นี่กระมังคือเหตุผลที่ไม่อาจตอบได้ของลอเรนซ์

"เป็นไงบ้าง.." น้ำเสียงของลูคัสกังวลเล็กน้อย แต่เขาก็ยังยิ้มเหมือนดีใจอะไรซักอย่าง

....เจ็บน่ะสิถามได้ ไอ้บ้า!!!...

"นายยิ้มหาอะไร" คำพูดเย็นชาของลอเรนซ์กลับมาอีกครั้ง แต่เสียงที่เอ่ยออกมากลับไม่เย็นเยือกเหมือนคำพูด

"ก็นะ....ในที่สุดฉันก็ได้นายมาเป็นของฉันแล้วน่ะสิ"

"ใครเป็นของนายกัน!!!" ชายหนุ่มแหวใส่แต่กระนั้น ใบหน้าที่แดงเหมือนลูกตำลึงก็แสดงออกถึงความรู้สึกอยู่ดี

"หึๆ เอาน่า ฉันรู้ว่านายมันปากหนัก แข็งข้างนอกแต่ข้างในอ่อนโยน อ้อ!! รวมทั้งยังหวานอร่อยอีกด้วย" ลูคัส

ยิ้มกวนๆ ให้เขา คำพูดสุดท้ายทำเอาลอเรนซ์หน้าแดงจัดมากขึ้นไปอีก มือกำหมัดแน่นและทำท่าจะชกอย่างโมโหจริงๆ เสียด้วย

"โอ๊ะๆ จะชกแฟนหรือ เอาน่า เรื่องทะเลาะค่อยว่ากันทีหลัง แต่ว่าตอนนี้....." ชายหนุ่มพูดพลางส่งสายตาที่มีความนัยมาให้

"ตอนนี้อะไร?" ลางสังหรณ์กำลังเตือนให้เขารู้สึกถึงอะไรบางอย่าง บางอย่างที่น่ากลัวมาก

"..เรามาต่อกันอีกรอบเถอะนะ" ว่าแล้วยังไม่ทันที่ลอเรนซ์จะได้ขัดขืน ก็ถูกลูคัสคร่อมร่างอีกจนได้ ในที่สุดนักบวชที่ว่าโหดนักหนาไม่เข้ากับฉายา ก็ต้องเสียท่าให้กับหมาป่าซาตานแห่งบารามอสคนนี้....

..


"นี่ๆ คาโล นายว่ารุ่นพี่ลอเรนซ์เดินแปลก ๆนะ ว่ามั้ย?" เสียงของเจ้าตัวดีกระซิบเบาๆ กับเจ้าชายแห่งคาโนวาลที่กำลังทำหน้าเบื่อหน่ายอยู่ข้างๆ

"ฉันก็ว่ามันแปลกๆ นะ ขนาดจะนั่งยังต้องค่อยๆ นั่งเลย" นักฆ่าแห่งซาเรสเอ่ยปากเสริมอย่างเห็นด้วย

"อ๊ะ!! หรือว่าพี่แกเป็นริดสีดวง!!" เฟรินเอ่ยเสียงดังอย่างตกใจในความคิดที่เดามั่วของตัวเอง จนคนรอบข้างหันมามอง

"เฮ้ยๆ จะตะโกนหาพระแสงดาบคาบค่ายอะไรวะ" คิลเขกหัวสาวน้อยดังโป้ก และไม่วายมีแถมมาอีกโป้กด้วยฝีมือของคนข้างๆ

"แต่ฉันว่ามันต้องใช่แน่ๆ เลย พนันกันมั้ยล่ะ" เฟรินยิ้มกริ่ม แต่ทว่ากลับรู้สึกหนาวๆ ร้อน ๆ ข้างหลังยังไงก็ไม่รู้

"เฟริน เดอเบอโรว์....หรือจะให้ฉันเรียกว่าเฟริโอน่าดีนะ" น้ำเสียงเย็นยะเยือกเอ่ยมาจากด้านหลังของเด็กสาว เมื่อดวงตาสีน้ำตาลหันไปมองอย่างหวาด ๆ ก็ต้องตกใจสุดขีดเมื่อเจอกับคนที่ตัวเองกำลังนินทาอยู่พอดี

"หง่ะ..รุ่นพี่ลอเรนซ์ มะ...มีอะไรหรือคับ" เฟรินยิ้มแหยๆ ให้ เม็ดเหงื่อเริ่มผุดพรายเมื่อรู้ว่าตัวเองจุดไต้ตำตอเข้าให้แล้ว

"ฉันไม่ยักรู้ว่านายจะว่างงานขนาดนี้ ไม่เป็นไรฉันมีงานให้นายทำ....." คำพิพากษาที่ค่อยๆ เอ่ยออกมาช้าๆ ทำเอาสาวน้อยสะดุ้งสุดตัว

"...ทำรายงานเรื่องกฏของโรงเรียนทั้งหมด และส่งให้ฉันวันพรุ่งนี้..." เมื่อพูดจบแล้ว ลอเรนซ์ก็เดินจากไป ถ้า

เกิดหันไปมองข้างหลังซักนิดล่ะก็ คงจะได้เห็นหัวขโมยสิ้นฤทธิ์ก็วันนี้แหละ

....ถ้าอยากรู้เหตุผลที่ท่าทางของลอเรนซ์แปลกไปล่ะก้อ ลองไปถามลูคัสดูก็ละกันนะ...อิอิ

 

 

the end

 

 

 

 

คิดเห็นยังไง อย่าลืมคอมเม้นต์นะ

 

 


 


edit @ 2007/01/31 23:21:19

edit @ 27 Feb 2008 05:40:29 by 2C SU

เฮอเฮอ ยังสอบไม่เสร็จเลย เหลืออีกตัวหนึ่ง แต่ได้ข่าวว่าคนอื่นๆสอบเสร็จกันเกือบหมดแล้ว (หอโล้งโล่ง ดีใจที่ไม่ได้ยินเสียงโวยวายหนวกหูชวนให้กระทืบของใครหลายๆคน บรรยากาศเหมาะแก่การอ่านหนังสือมาก ทำไมก่อนสอบไม่เป็นงี้ฟระ)

เออะ จ๊างเตอะ ว่าแล้วเราก็เอาผลงานของน้องๆในชมรมอีกคนมาลงดีกว่า เป็นฟิคอีกแล้วค่า ไม่แน่ใจว่าใช่แฟนฟิคป่าวแต่ก็น่ารักมากเลย อ่านแล้วมีความสุข อิอิ

ผลงานของแร็คคุงค่า (ใช่มะ พี่จำไม่ผิดใช่มั้ย กรี๊ด จำผิดละยุ่งเลย) NOTE ก็เหมือนเดิมคือห้ามเอาไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาตจากเจ้าตัวนะจ๊ะ

ใครยังต้องสอบอยู่ก็สู้ๆนะ อ่านฟิคเสร็จก็กลับไปอ่านหนังสือต่อล่ะ ใครสอบเสร็จแล้วก็ดีใจด้วย เดินทางไปไหนก็ระวังตัวกันด้วยนะ แล้วก็อย่าลืมส่งผลงานล่ะ (แอบทวง) น้องๆยังไม่ลืมออกแบบเสื้อชมรมกันใช่ม้าย =[]=//

แฮะๆ พล่ามเยอะแล้ว ไป ทัศนาผลงานสมาชิกกันเลยดีกว่า!!!!

SKYHIGH [ภาคพิเศษ :: KD-HIGHCastle]

"ยินดีต้อนรับสู่ประตูแห่งความเคียดแค้น คนที่ตายด้วยอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดและถูกฆ่าตายจะมาที่นี่"

"ฉัน อิซุโกะ เป็นผู้เฝ้าประตู....."

ผู้หญิงคนนั้นอยู่ในชุดยูกาตะสีดำ เรือนผมสีมืดปล่อยยาวราบไปกับแผ่นหลัง...ดูแทบจะกลืนไปกับบรรยากาศทึมทึบรอบข้างได้ มีเพียงใบหน้าสวยที่ขาวซีดไร้เลือดฝาดและดวงตาเฉยชาโดดเด่น น้ำเสียงที่ดูเหมือนจะพูดกับเขานั้นก็ราบเรียบจนน่าขนลุก

ระดับสายตาจากพื้นทำให้ผู้หญิงคนนั้น....อิซุโกะ....ตัวสูงใหญ่ราวกับกำแพงที่ไม่อาจทลายลง เป็นความน่ากลัวที่ฉาบเคลือบความเศร้าหม่นในดวงตาที่ลดระดับลงมาสบตากับเขา แต่ที่ทำให้หวาดหวั่นได้มากกว่านั้นก็คงจะเป็นบานประตูปิดสนิทบานใหญ่ที่ตั้งตระหง่านเป็นฉากหลัง ...มันไม่น่าจินตนาการเลยสักนิดเดียว ว่าหลังประตูเหล็กบานนั้นจะมีอะไรรออยู่...

"คุณอันโด ไดสุเกะ คุณถูกฆ่าและตอนนี้เป็นเพียงร่างวิญญาณเท่านั้น...."

ผู้หญิงคนนี้......พูดอะไร......?

"คุณจะต้องเลือก 1 ใน 3 ทางเลือกต่อไปนี้.........."

"หนึ่งคือขึ้นสวรรค์เพื่อเตรียมตัวไปเกิดใหม่..."

ขึ้นสวรรค์?.....เกิดใหม่???

"สองคือไม่ยอมรับความตายและกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนบนโลกไม่ไปผุดไปเกิด"

ยอมรับ.....................ความตาย...........ความตายน่ะเหรอ??

"และสาม......"

"เดี๋ยวเซ่! ที่เธอพูดน่ะ มันหมายความว่าไง!?" ชายหนุ่มที่นอนคู้อยู่กับพื้นเมื่อครู่ยันตัวลุกขึ้นมาในทันที เขาเป็นเจ้าของชื่อ อันโด ไดสุเกะ คนที่ว่า แต่ทำไมถึงได้มาอยู่ที่ที่มีผู้หญิงพูดจากประหลาดๆอยู่ได้...ก็ไม่รู้เหมือนกัน

"ยอมรับซะเถอะ คุณน่ะ....ตายไปแล้ว"

"อ...อะไรกัน? บ้าน่า....." ไดสุเกะ หรือที่มักจะให้คนอื่นเรียกว่า ดาย ขมวดคิ้วอย่างสับสน ....ตายเหรอ....ฉันน่ะ!?

"หลักฐานก็คือคุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงล่ะ" อิซุโกะเอ่ยพลางเดินเข้าใกล้ร่างที่เริ่มโงนเงน "....สายฝน......และดวงไฟ"

สายฝน.....และดวงไฟ

ดายเบิกตากว้าง เหตุการณ์เหล่านั้นราวกับจะพุ่งเข้ามาปรากฏต่อหน้าอีกครั้ง

..................................................................................................

"ฝนตกแล้วแฮะ สงสัยจะตกทั้งคืนอย่างที่พยากรณ์บอกแหงเลย คาโอรุ?" เขาเองที่พูดประโยคนี้ขณะที่ดูสายฝนเริ่มทิ้งตัวลงมาจากฟ้าครึ้ม ชายหนุ่มอีกคนเจ้าของชื่อ คาโอรุ บิดตัวอย่างขี้เกียจบนโซฟาและลุกไปปิดทีวีก่อนจะเดินตรงเข้ามาหา

"งั้นก็ไปนอนกัน?" ชายหนุ่มที่ความสูงเป็นรองดายเล็กน้อยนั้นตวัดอ้อมแขนเข้ากอดเอวเขาแน่น ใบหน้าหล่อเหลาสมวัย(?)อมยิ้มทะเล้นส่งให้ราวกับเด็กๆที่อ้อนขอขนมหวานที่ส่งกลิ่นหอมหวนล่อใจตรงหน้า

"ขอออกไปซื้อเบียร์ก่อนเหอะ ขืนตกหนักกว่านี้จะแย่" ดายเหหน้าออกไปมองฝนอีกครั้ง

"ไม่เป็นไรน่า~ เดี๋ยวฉันจะเมานายแทน ฮ่าๆๆๆ"

เปรี้ยง!

ดายใช้แรงที่พอๆกับควายน้อยอายุ 12 ปียันอีกร่างออกห่างด้วยใบหน้าแดงเถือก

"ฉันจะไปซื้อเบียร์!!" พูดจบก็คว้าร่มและรี่ออกจากห้องทันที เขาได้ยินเสียงคาโอรุไล่หลังว่าให้กลับมาเร็วๆ และมันก็ไม่แปลกสักนิดที่เขาจะรีบ ไม่ใช่เพราะจะรีบกลับมาหาเจ้าบ้าคาโอรุนะ!....แต่เพราะฝนมันเริ่มจะตกหนักขึ้นเรื่อยๆต่างหากล่ะ!!

"โอ๊ะ ทางสะดวก~" ดายฮัมเพลงอย่าอารมณ์ดี คอนวิเนี่ยนอยู่ตรงหน้าแค่ข้ามถนนไปนี่เอง ก็แปลกดีที่รถไม่มีด้วย คงเพราะฝนตกล่ะมั๊ง ถึงสัญญาณไฟคนข้ามจะยังเป็นสีแดงก็เถอะน่า ดายอมยิ้มพลางก้าวเท้าลงพื้นถนน

ก้าว....ที่ก้าวต่อเท้า........มันช้าเหมือนภาพที่ถูกทำให้ค่อยๆขยับเขยื้อน....ทีละนิด

สิ่งที่พุ่งตรงมาจากด้านซ้ายของเขาคือรถมอเตอร์ไซค์ที่ตีโค้งด้วยความเร็วจากสี่แยก ไม่มีแม้กระทั่งเสียงบีบแตรเพราะเป็นเหตุการณ์ที่กระชั้นชิดมากจนคนขับลืมแตะเบรก เสียงร่มที่ร่วงหลุดจากมือเหมือนมันจะหายไปจากส่วนหนึ่งของสภาพรอบตัว และตัวของเขาก็ถูกกระจังหน้ารถมอเตอร์ไซค์งัดให้กระเด็นขึ้นในอากาศ เสียงอื้ออึงในหูถูกเสียงยางครูดกับถนนดังเอี๊ยดแหวกโสตประสาท ทางด้านตรงข้าม ถนนที่หักโค้งเข้าสู่แยกนี้ปรากฏดวงไฟใหญ่ๆสองดวงสาดจ้าเข้าตา เสียงแตรรถบรรทุกคำรามก้องไปทั่วบริเวณและหยุดลงหลังจากที่กระแทกร่างของดายให้ลอยข้ามหัวมอเตอร์ไซค์ที่หักแฉลบหลบได้ทันก่อนที่จะประสานงากับรถบรรทุกตรงหน้า

...ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหมดสติไปตอนไหน....

และการลืมตาอีกครั้งของดาย....ก็เกิดขึ้นที่นี่

..................................................................................................

"ฉัน.....ตายแล้ว...จริงๆเหรอ.................." ดายทรุดนั่งลงอีกครั้ง เรี่ยวแรงราวกับถูกดูดซับโดยผืนดินแห้งผากใต้เท้า ".......ฮึก.....คาโอรุ............" เขารำพึงในขณะที่น้ำตาเป็นเม็ดหยดกระทบและแตกซึมสู่พื้นดินอันหิวกระหายนั้น อิซุโกะย่อตัวลงตรงหน้าเขาและเอ่ยทางเลือกทั้งสามของเขาอีกครั้งพร้อมกับเพิ่มเติมส่วนที่เขายังไม่ได้ฟังเมื่อครู่ให้ด้วย

"คุณจะต้องเลือก 1 ใน 3 ทางเลือกต่อไปนี้..........หนึ่งคือ......สองคือ....และสาม........."

"คือสาปแช่งและฆ่าจองเวรมนุษย์บนโลกได้หนึ่งคน......แต่กรณีนี้วิญญาณของคุณจะต้องตกนรกและลิ้มรสชาดความเจ็บปวดทรมานไม่ได้ไปผุดไปเกิด"

"....จงตัดสินใจเลือกให้ได้ภายใน 12 วัน"

"12...วัน.........นานจังนะ" ดายก้มหน้านิ่ง ...วันเวลาที่ไม่มีคาโอรุ....งั้นเหรอ......จะมีให้ตั้ง 12 วันเพื่ออะไรกัน?

"หายากเหมือนกันนะ กับคนที่พูดว่ามันนานน่ะ" อิซุโกะเอ่ย เธอยังอยู่ตรงหน้าเขา...ไม่ขยับไปไหน

"................" ดายปาดน้ำตาทิ้งก่อนจะถามขึ้น "สาปแช่งและฆ่าจองเวรเนี่ย....หมายความว่าจะทำให้มันตายใช่มั๊ย?"

".....ใช่" อิซุโกะตอบ

"ถ้างั้นฉันจะ............." ดายเงยหน้าขึ้นจ้องมองตอบสายตาเยียบเย็นของอิซุโกะ

"เดี๋ยว..." เธอรั้ง "คุณยังมีเวลา"

"เวลาที่ไม่มีคาโอรุ...ฉันไม่ถือว่ามีหรอกนะ!!" ดายกัดฟันกรอด ...เรื่องนี้เท่านั้น.....เรื่องนี้แค่เรื่องเดียว....เรื่องของคาโอรุ...ที่จะเรียกน้ำตาของผู้ชายอย่างเขาออกมาได้.....

"ถ้าอย่างนั้น....จะลองลงไปดูโลกหลังจากที่คุณจากมาแล้วมั๊ยล่ะ?"

"ด...ได้เหรอ?"

"ฉันทำได้" อิซุโกะย้ำคำตอบ ....ไม่รู้ว่าจะสามารถเปลี่ยนความตั้งใจที่จะเลือกทางสู่นรกของคนผู้นี้ได้ด้วยวิธีนี้หรือเปล่า....แต่เธอก็ไม่อาจปล่อยให้ใครก็ตามเลือกทางสู่นรกด้วยความรู้สึกชั่ววูบที่ไร้การไตร่ตรองและยอมรับโดยแท้จริงไปได้......

"ทำไม....ถึงมาที่นี่ล่ะ.............." ดายรำพึง เขายืนอยู่หน้าประตูบ้านของตัวเอง....ในมิเอะ จังหวัดที่เขาเกิด ดายหันหลังมองผู้คนที่ยังเดินเข้าบ้านของเขาไม่ขาด ทะลุผ่านตัวของเขาไปอย่างไม่รู้สึกถึงการมีอยู่

"ผ่านไปเกือบ 2 วันแล้วล่ะ ช่วงที่พวกเราอยู่ที่ประตูนั้น"

ดายพยักหน้าอย่างยอมรับ เขาก้าวเข้าบ้าน ...บ้านเกิดที่ไม่ได้กลับมานานเหลือเกิน....ไม่นึกว่าการกลับมาอีกครั้ง...ก็ไม่มีใครมารับรู้กับเขาซะแล้ว....

พิธีศพที่เรียบง่ายแต่ก็มีคนแวะเวียนเข้ามาจุดธูปเยอะกว่าที่ดายเคยคิดว่าจะมีคนมางานศพของตัวเองซะอีก แม่ถือรูปเขาไว้แนบอกด้วยใบหน้าสงบนิ่ง เพราะแม่ไม่ได้แต่งหน้าเลย รอยคล้ำแดงรอบดวงตาจึงบอกได้ชัดเจนว่าผ่านการร้องไห้อย่างหนักหน่วงเพียงใด ส่วนพ่อยืนต้อนรับแขกด้วยท่าทีอ่อนระโหยแต่ก็ยังฝืนยิ้มส่งให้แขกทุกคนอย่างเต็มที่ และคาโอรุ....ก็คอยส่งธูปให้แขกที่มางานอยู่ด้านหน้าโลงศพของเขา

"....คาโอรุ" ดายเม้มริมฝีปากอย่างสะกดกลั้น

"คนส่งธูปนั่นใครหรือครับ คุณอันโด? ไม่เคยเห็นหน้าเลยนี่นะ" คำถามของชายวัยกลางคนที่มาร่วมงานเอ่ยถามกับพ่อของเขา ทำให้ดายต้องหยุดชะงักอยู่กับที่ก่อนที่จะเดินไปหาคาโอรุได้อย่างที่ตั้งใจ

"เพื่อนของไดสุเกะน่ะครับ เป็นคนที่จัดแจงเรื่องที่โตเกียวให้เรียบร้อยทุกอย่างและพาไดสุเกะกลับมาที่นี่ ต้องขอบคุณเขาจริงๆ"

"มีเพื่อนที่ดีนะ ไดสุเกะนี่.....เป็นเด็กที่ดีจริงๆ" คุณลุงคนนั้นส่ายหัวอย่างเสียดายกับการจากไปอย่างรวดเร็วของเขา

"ครับ ในเวลาที่ผมกับภรรยายังไม่สามารถทำอะไรได้เลยนั้น ก็ได้คาโอรุคุงนี่ล่ะครับ ที่จัดการทุกอย่างให้ พอเห็นเขาที่เป็นหลักของงานนี้อย่างเต็มที่ ผมก็นั่งอยู่เฉยๆไม่ได้น่ะครับ" น้ำเสียงนั้นสั่นพร่าเล็กน้อย

"ถึงแม้จะโศกเศร้า...แต่ก็ต้องอยู่เพื่อคนที่จากไปนะครับ คุณอันโด" คุณลุงคนนั้นยิ้มอย่างปลอบใจ "ถ้าอย่างนั้น เห็นจะไม่อยู่กวนคุณแล้วล่ะครับ ผมขอตัวก่อน"

"ครับ...ขอบคุณที่มานะครับ ไดสุเกะต้องดีใจแน่ๆ" พ่อโค้งให้อย่างตื้นตันใจ

"เป็นงานที่ดีนะ....." อิซุโกะหันมาพูดกับเขา "งานศพที่หรูหรา....แต่ไร้ซึ่งความจริงใจโดยสิ้นเชิง...หรืองานที่มีแขกเป็นบรรดาเจ้าหนี้ที่พ่อแม่ต้องคอยก้มหัวให้ด้วยความรู้สึกที่ต่างไปจากนี้....ฉันก็เห็นมาเยอะ"

"ฮึก....อื้อ" ดายกำมือแน่น ทำไมนะ....ทำไมเขาจะต้องมาตายไปทั้งๆแบบนี้ด้วย.......

ดายย่อตัวลงนั่งคุกเข่าข้างๆคาโอรุและเฝ้ามองดวงตาที่แห้งผากของคนข้างเคียงนั้นมองตามก้านธูปที่เลื่อนส่งให้แขกที่มาอย่างเลื่อนลอย ...ขอบคุณนะ คาโอรุ....

"นี่ก็....วันที่ 7 แล้วสินะ เหลืออีก 5 วัน......สั้นเหลือเกิน" ดายเอ่ยกับอิซุโกะที่อยู่กับเขาตลอด และบางครั้งก็จะถอยห่างออกไปเมื่อเวลาที่เจ้าตัวคิดว่าควรทำอย่างนั้น ดายเองก็เข้าใจดีว่าเรื่องของเขากับคาโอรุคงไม่ได้เป็นเรื่องที่จะยิ้มรับได้อย่างหน้าชื่นตาบานแน่....ถึงจะเป็นคนที่ดูเหมือนไม่ค่อยสนใจอะไรอย่างอิซุโกะก็เถอะ

"นายยังแค้นคนที่ทำให้นายตายอยู่รึเปล่า"

"ไม่รู้สินะ....เพียงแต่ช่วงที่ผ่านมามันทำให้ไม่ได้นึกถึงน่ะ" ดายยิ้มน้อยๆขณะที่ก้าวเท้าตามจังหวะของคาโอรุ ถัดขึ้นไปคือพ่อกับแม่ของเขาที่เดินเคียงกันเพื่อตรงกลับไปที่บ้านพร้อมกับเถ้าอัฐิของเขาในห่อสีขาวที่แม่ถือไว้อย่างทะนุถนอม

"อันโดซัง ผมมีเรื่องจะขอร้องครับ" คาโอรุกล่าวก่อนที่ทั้งคู่จะเข้าไปในบ้าน พ่อและแม่หันหลังมาอย่างประหลาดใจแต่ก็พยักหน้าและก้าวนำไปที่ห้องรับแขก

"บอกแล้วไงล่ะจ๊ะ ว่าให้เรียกว่า แม่ เถอะ เพื่อนของไดสุเกะก็เหมือนลูกของเรานะ พ่อ?" คุณแม่วางถ้วยชาลงตรงหน้าคาโอรุ พวกเขาอยู่ในห้องแบบญี่ปุ่นที่ปูด้วยทาตามิ และต้องนั่งบนฟูก

"ใช่แล้วล่ะ คาโอรุคุง จะถือว่าเรียกพวกเราแทนไดสุเกะก็ได้นะ" คุณพ่อเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เจือความเจ็บปวดอย่างมากมายเอาไว้

"ครับ แต่ว่าผมอยากจะคุยอะไรบางอย่างให้รู้เรื่องก่อน.....บางที...พวกท่านอาจจะปฏิเสธการเรียกแบบนั้นของผมก็ได้" ปลายประโยคบางเบาจนเหมือนพูดกับตัวซะมากกว่า แต่การที่คุณพ่อและคุณแม่หันมองหน้ากันอย่างไม่เข้าใจนั้นก็บอกได้ว่าพวกท่านได้ยินคำพูดนั้นอย่างชัดเจน "ก่อนจะพูดเรื่องนี้...ผมขอเบาะกับน้ำชาอีกชุดได้มั๊ยครับ?"

หลังจากที่แม่ จัดแจงยกเบาะออกมาอีกชุดและน้ำชากรุ่นร้อนอีกหนึ่งถ้วย คาโอรุก็วางเบาะนั้นไว้ข้างๆเขา และวางถ้วยน้ำชาไว้ด้านหน้าเบาะที่ว่างเปล่า

"....ไปนั่งสิ" อิซุโกะเอ่ยเสียงเรียบ เมื่อดายได้แต่มองการกระทำนั้นนิ่ง ร่างที่เย็นเยียบเป็นน้ำแข็งเมื่อครู่เอ่อล้นไปด้วยความอบอุ่นเต็มตื้นขึ้นมาจนยากจะกลั้นน้ำตาเอาไว้อีกต่อไป ดายนั่งลงที่เบาะอย่างช้าๆด้วยตัวสั่นเทา

"คุณพ่อ...คุณแม่........." คาโอรุสูดหายใจเข้าเต็มปอดก่อนจะเอ่ยประโยคต่อมาอย่างมั่นคง

"ได้โปรดยกลูกชายของพวกคุณให้ผมเถอะครับ!!" คาโอรุก้มหัวจนหน้าผากแตะพื้น

............................

"ฮึก......จ....เจ้าบ้า" ดายห่อตัวและเริ่มหลั่งน้ำตาอย่างหนัก

และความเงียบก็โรยตัวปกคลุมยาวนาน....ยาวนานจนแทบลืมหายใจ

"...คาโอรุคุง.....แต่ว่าไดสุเกะน่ะ.................." คุณแม่เอ่ยตะกุกตะกักในขณะที่ฝ่ายคุณพ่อนิ่งเงียบจนน่ากลัว

"ผมเข้าใจครับ! แต่พวกเรารักกันครับ และถึงแม้เหตุการณ์จะเป็นอย่างนี้....ไม่สิ....ยิ่งเหตุการณ์เป็นอย่างนี้ ผมจึงละเลยไปไม่ได้ ทั้งเรื่องที่ต้องบอกให้คุณพ่อกับคุณแม่ทราบและเรื่องที่อยากให้ดายคงอยู่ต่อไปในฐานะคู่ชีวิตของผมครับ" คาโอรุพูดเสียงดังฟังชัดทั้งที่ไม่เงยหน้าขึ้นจากพื้นเสื่อ

"นายกำลังจะบอกว่า....จะขอไดสุเกะไปผูกมัดตัวเอง ทั้งที่เขาจากไปแล้วน่ะรึ?" เสียงของคุณพ่อช่างเหี้ยมเกรียมจนคาโอรุต้องสะกดกลั้นไม่ให้ตัวสั่นขึ้นมา

"ครับ! แม้ว่าเขาจะไม่อยู่ที่ไหนในโลก แต่เขาจะอยู่กับผมตลอดไปครับ ฉะนั้นผมอยากทำให้ถูกต้อง อยากให้สุสานตระกูลนิอิคุระเป็นอีกที่หนึ่งที่เขาจะหลับตาได้อย่างสงบ" คาโอรุสะบัดหน้าขึ้นจ้องลึกเข้าไปในตาของคุณพ่อและก้มหน้าลงอีกครั้งอย่างอ้อนวอน ขณะที่ดายเองก็ก้มลงจรดหน้าผากกับพื้นเสื่อเช่นกัน ...มันไม่เย็น...ไม่เย็นเลยสักนิดเดียวทั้งที่ควรจะเย็นเพราะอากาศที่ทำให้หนาว.......เป็นพื้น...ที่อบอุ่น...จริงๆ.....

แล้วก็เกิดความเงียบอีกครั้ง.....ดูเหมือนครั้งนี้จะยาวนานกว่าครั้งที่แล้วเสียอีก

"....คาโอรุคุง....." คุณแม่เป็นฝ่ายเอ่ยทำลายความเงียบอีกครา "....งั้นก็ยิ่งไม่มีเหตุผลปฏิเสธที่จะเรียกฉันว่า แม่ แล้วนะจ๊ะ"

ทั้งคาโอรุและดายเงยหน้าขึ้นพร้อมกันอย่างไม่เชื่อหู .....มันอุ่น....จนร้อนรุ่ม....จนอยากจะหลอมละลายลงซะเดี๋ยวนั้น.....

"ค...คุณแม่" คาโอรุเหสายตาไปทางร่างของผู้เป็นพ่อที่จ้องเขานิ่ง ร่างสูงกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะเอ่ย "....ขอบคุณครับ คุณพ่อ ขอบพระคุณ"

จะว่าไงดีนะ แม่? แม่พูดไปแล้วกัน ฉันมันพูดไม