Fan-Fictions

ในที่สุด...มันก็จบแล้ว!!! ท่ามกลางความยินดีเป็นล้นพ้นของคนอัพบล็อกที่พ้นนรกไซยูคิซะที เย้ ปรบมือๆ ( /me กระอักเลือดด้วยลูกถีบคนแต่ง---แก ไอ่เพื่อนบ้า!!!)

(คืนชีพมาพิมพ์ต่อ) ซิกๆ ล้อเล่นนิดเดียวเองอ่ะ แต่จริงๆแล้วเวลาฟิคเรื่องหนึ่งจบเนี่ย มันก็ต้องมีทั้งความยินดีผสมแอบเศร้าซิเนาะ คุณคนอ่านก็จะได้รู้ตอนจบว่าแฮปปี้แค่ไหน ลงเอยกันดีหรือไม่ หลังจากที่รอกันมานานเพราะงานชมรมอันอื่นเข้ามาบดบังเวลา

อ่า ไม่พูดมากละ ตอนจบแล้ว คิดเห็นยังไงบอกด้วยน้า =^w^=

FanfictionSaiyuki: Tell Me Why I Make You Mad chapter 5

หลังจากหลุดปากบอกความในใจออกไปใบหน้าเรียวสวยแต่ซีดเซียวจึงเริ่มมีเลือดฝาดขึ้นมาบ้างซันโซเบือนหน้าหนีไปอีกทางเพราะไม่อยากให้ใครเห็นสีหน้าของเขาในตอนนี้โดยเฉพาะคนตรงหน้าคนที่เขาไม่อยากให้เห็นมากที่สุดเขาไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองสีหน้าของโกโจตอนนี้เลยหากว่าโกโจเห็นเข้ารางสูงคงหัวเราะเยาะเขาเป็นแน่

จริงอย่างที่ซันโซคิดไว้ริมฝีปากเรียวได้รูปของโกโจมีรอยยิ้มปรากฏขึ้นบางๆเมื่อได้เห็นสีหน้าที่ซันโซพยายามซ่อนเอาไว้แม้เพียงแค่แว่บเดียวแต่แค่นั้นก็เพียงพอแล้วกับสีหน้าท่าทางที่ไม่ได้มีให้เห็นบ่อยนักเพราะหากเป็นเวลาปกติเขาคงโดนลูกกระสุนสาดใส่หรือไม่ก็คงจะโดนพัดกระดาษอันใหญ่ตามไล่ฟัดอยู่แน่ๆเขาคิดพลางดึงร่างบางที่เปียกโชกเข้ามากอดไว้การกระทำของเขาสร้างความตกใจให้กับร่างบางได้พอสมควรซันโซเงยหน้าขึ้นมองดูเขาดวงตาเรียวคมของร่างบางเบิกกว้างกว่าปกติด้วยความตกใจ

คิดจะทำอะไร!!?? ซันโซร้องโวยเมื่อถูกดึงเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนของโกโจเจ้าของเรือนผมสีเพลิงยิ้มอย่างอารมณ์ดีก่อนจะกล่าวตอบกลับไป

ก็ทำในสิ่งที่คิดไว้นานแล้วน่ะสิ คำพูดนั้นทำให้ซันโซอึ้งไปพยายามที่จะตีความคำพูด11คำที่ได้รับมา

อะไร?.คิดอะไร?.คิดไว้นานแล้ว..คิดจะทำอะไร? ซันโซคิดพลางเงยหน้าขึ้นมองเจ้าคำพูดอย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเองเขาไม่กล้าคิดไกลไปมากกว่านี้เขากลัวความคิดนั้นจะเป็นการคิดเข้าข้างตัวเองแต่ว่าคิดที่เขาคิดจะใช่อย่างเดียวกลับสิ่งที่เจ้าของดวงตาน่าหลงใหลคู่นี้คิดอยู่รึเปล่าเขาก็อดสงสัยไม่ได้วงแขนที่แข็งแกร่งไม่ได้คลายออกกลับกระชับแคบเข้ามาขณะที่โกโจเงยหน้าขึ้นเพื่อให้น้ำฝนที่เย็นเฉียบตกกระทบใบหน้าของเขา

ซันโซนะซันโซ.ตั้งแต่เกิดมาจนเดี๋ยวนี้ชั้นยังไม่เคยเห็นใครดูยากเท่านายมาก่อนเลย..ฮัคไคดูนายออกได้ไงนะชั้นล่ะสงสัยจริงๆ.

ขอโทษนะที่รู้ช้าไปหน่อย.ถ้ารู้เร็วกว่านี้ชั้นคงเป็นคงเป็นคนพูดมันออกไปเองแล้ว.จากนี้คงต้องฝากตัวด้วยนะ.ที่รัก

เสียงบอกเล่า.คำตอบที่ต้องการได้ยินนั้นดูเหมือนเป็นเสียงที่อยู่ห่างไกลเหลือเกิน.

เมื่อพิษไข้จากการตากฝนเป็นเวลานานเริ่มออกฤทธิ์พร้อมๆกับความโล่งใจนัยน์ตาพร่ามัวสติเริ่มเลือนลางเขาจำไม่ได้ด้วยหลังว่าจากนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้างแต่ว่าเมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้งเขาก็พบว่าตัวเองกลับมานอนอยู่ในห้องพักของโรงแรมแล้ว

แสงแดดสีทองแสดแสงเข้ามาทำให้ห้องดูสว่างไสวเขาใช้เวลาอยู่ครู่หนึ่งกว่าจะปรับสายตาให้สู้กับแสงแดดได้ดวงตาคู่งามกวาดสายตาไปทั่วทั้งห้องพยายามมองหาร่างของใครบางคน.ใครบางคนที่คาดว่าน่าจะเป็นคนมาส่งเขาเมื่อวานนี้ทว่าไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็หาได้เห็นคนที่ต้องการไม่

คนที่นั่งเฝ้าเขาเสียจนหลับอยู่ข้างเตียงกลับเป็นไอ้ลิงโง่ตัวนั้นซันโซมองเด็กน้อยที่ยังหลับอยู่ด้วยสายตาอ่อนโยนที่ไม่ค่อยจะมีใครได้เห็นบ่อยนักไม่ว่าจะเขาจะโหดร้ายหรือร้ายกาจซักเท่าไหร่โกคูก็ไม่เคยที่จะโกรธหรือแสดงท่าทางไม่พอใจออกมาให้เห็นเลยซักครั้งทั้งๆที่เขามักจะเย็นชากับเด็กน้อยตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันไม่เคยเลยซักครั้งที่จะใจดีอย่างที่ไอ้ลิงนั้นต้องการทั้งๆที่เป็นอย่างนั้นแต่ทำไมถึงยังเป็นห่วงเขาทั้งที่เขาโหดร้ายกับโกคูขนาดนั้นทำไมถึงได้ติดเขาขนาดนั้นนะ..ทำไมถึงรักเขาขนาดนั้น

ซันโซขยับตัวพยายามจะลุกขึ้นนั่งเมื่อรู้สึกถึงความเคลื่อนไหวของคนบนเตียงดวงตาสีทองสุกใสของโกคูก็คลี่เปิดขึ้นพอรู้ว่าคนที่นั่งเฝ้าด้วยความเป็นห่วงอยู่ทั้งคืนรู้สึกตัวแล้วใบหน้าเด็กน้อยก็มีรอยยิ้มที่ร่าเริงยิ่งระบายอยู่บนนั้น

ตื่นแล้วเหรอ?ซันโซ โกคูเอ่ยถามอย่างดีใจดวงตาเรียวคมสีไวโอเล็ตของคนป่วยเหลียวมามองครู่หน้าก่อนจะเบือนหน้าหนีไปทางอื่นปล่อยให้โกคูมองอย่างไม่เข้าใจ

มีอะไรเหรอ? ซันโซรู้สึกแย่ตรงไหนเหรอ? เดี๋ยวนะเดี๋ยวชั้นจะไปบอกฮัคไคว่าซันโซฟื้นแล้วรอเดี๋ยวนะ โกคูกล่าวพลางจะลุกขึ้นจากเก้าอี้เตียงที่นั่งมาตลอดทั้งคืนก่อนจะได้ลุกเดินจากไปอย่างที่ตั้งใจไว้มือของคนป่วยก็เอื้อมมาคว้าข้อมือเขาไว้เสียก่อนโกคูหันกลับมามองอย่างสงสัยขณะที่กำลังรอฟังว่าอีกฝ่ายต้องการจะสั่งอะไร

.อยู่กับชั้นน่ะไม่มีความสุขหรอกนะเธอไม่จำเป็นต้องเอาตัวเองมาผูกติดกับชั้นหรอกไม่ต้องมาสำนึกบุญคุณงี่เง่าอะไรพวกนั้นด้วยที่ชั้นเอาเธอออกมาก็เพราะมันหนวกหูเท่านั้นไม่ได้ทำไปเพราะมีเมตตาบ้าบออะไรพรรค์นั้นหรอกเธอมีอิสระที่จะมีชีวิตของเธอเองอยากจะไปก็ได้ไม่ต้องมาคอยติดตามชั้นเพราะสำนึกในบุณคุณที่ว่างเปล่าแบบนั้นหรอกนะ ซันโซกล่าวพลางเบือนหน้าหนีไปมองทิวทัศน์นอกหน้าต่างโดยไม่มองเด็กน้อยข้างตัวที่ยืนมองเขาอย่างสงสัยเลยแม้แต่นิดเดียว

โกคูไม่เข้าใจเลยซักนิดว่าอีกฝ่ายต้องการจะบอกอะไรเขาทำไมถึงพูดเรื่องทำนองนี้ออกมาสิ่งที่เขารู้ก็คือไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นไม่ว่าคนคนนี้จะเป็นอย่างไรจะโหดร้ายจะเย็นชากับเขาซักแค่ไหนเขาก็ยังเต็มใจตามซันโซตลอดไปแม้ว่าซันโซไม่เคยบอกว่าต้องการเขาแต่เขาก็ยังอยากจะอยู่กับหลวงพี่อารมณ์ร้ายคนนี้ในฐานะของแสงสว่างความอบอุ่นที่เขาตามหามานานในคุกหินที่เขาเคยอยู่นั้นมีนมืดและหนาวเย็นทั้งเงียบเหงาและอ้างว้างการมีชีวิตอย่าตามลำพังเพื่อรอคอยอะไรบางอย่างที่ไม่รู้ว่าจะได้เจอวันไหนนั้นมันเป็นความรู้สึกที่ทรมานนักเขาไม่อยากกลับไปรู้สึกอย่างอีกแล้วสำหรับสิ่งสำคัญที่เพิ่งได้เจอเขาจะเก็บรักษาอย่างดีจะไม่ยอมเสียมันไปไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม

ดวงตากลมโตใสซื่อแสนไร้เดียงสาของลิงน้อยจ้องมองคุณผู้ปกครองอย่างเอาจริงจังราวกับกำลังจะพูดในเรื่องสำคัญที่สุดในชีวิตของเขา

ถึงจะไม่สะดวกสบายหรือจะต้องทนหิวข้าวไปหลายมื้อแต่ชั้นก็อยากอยู่กับซันโซตลอดไปที่ชั้นทำก็เพราะชั้นอยากอยู่กับซันโซจริงๆนะเรื่องบุญคุณอะไรเมตตาอะไรชั้นไม่รู้หรอกชั้นรู้แต่ว่าซันโซเป็นแสงสว่างเป็นความอบอุ่นของชั้นอย่าไล่ให้ชั้นไปอยู่ที่ไหนเลยนะ!!! โกคูกล่าวพลางโผกอดร่างคนป่วยเอาไว้พร้อมกับอ้อนวอนไม่ให้อีกฝ่ายไล่เขาไปซันโซก้มลงมองเด็กน้อยที่กอดตัวเองอยู่สายตาที่มองเด็กน้อยนั้นฉายแววเจ็บปวดออกมาให้เห็น

ทั้งๆที่ชั้นไม่อาจสนองตอบความรักของเธอได้อย่างนั้นเหรอ? โกคู

ให้ชั้นอยู่ด้วยนะซันโซต่อไปชั้นจะไม่ทำตัววุ่นวายไม่ทำเรื่องยุ่งอีกแล้วอย่าไล่ชั้นไปเลยนะ เด็กน้อยอ้อนวอนด้วยน้ำเสียงสั่นเครือราวกับกำลังจะร้องให้สำหรับโกคูแล้วเรื่องที่ถูกปล่อยให้เป็นอิสระดูร้ายแรงกว่าการที่อีกฝ่ายไม่ยอมรับความรักของเขามากนักเมื่อแน่ใจดังนั้นแล้วซันโซก็อดไม่ได้ที่จะแอบหัวเราะออกมาเขาหยิบพัดกระดาษประจำตัวออกมาฟาดหัวเด็กน้อยไปหนึ่งทีเพื่อกลบเกลื่อนอารมณ์ในตอนนี้ของเขา

เพี๊ยะ!!!

พอพัดกระดาษฟาดลงบนหัวของโกคูลิงน้อยเงยหน้ามองซันโซที่ยังทำสีหน้าหงุดหงิดไม่สบอารมณ์อย่างเคยมันทำให้เด็กน้อยเริ่มใจชื้นขึ้นมาบ้างว่าคำขอร้องเมื่อครู่นี้ซันโซคงรับมันเอาไว้แล้วแต่ถึงแม้จะดีใจความดีใจกับความเจ็บปวดที่ได้รับจากการลงไม้ลงมือของซันโซมันคนละเรื่องกันโกคูจึงอดไม่ได้ที่จะโวยวายออกมา

อ๊าาาาเจ็บน้า~ ซันโซตีชั้นทำไมอ่ะ

พูดมากน่า~ มีแกโวยวายอยู่อย่างนี้ชั้นไม่หลับ ซันโซดุขณะที่ล้มตัวลงไปนอนอีกครั้งจังหวะเดียวกับที่ฮัคไคเปิดประดูเข้ามาดูอาการของนักบวชหนุ่มพอดีใบหน้าหวานสวยของชายหนุ่มตาสีแมกไม้ยิ้มอย่างร่าเริงขณะที่เดินเข้ามาใกล้เตียง

ตื่นแล้วเหรอครับ? รู้สึกเป็นไงบ้างครับ เสียงหวานใสเอ่ยถามอย่างห่วงใยแต่คนป่วยกลับสีหน้าเย็นชาใส่พูดที่ใช้ก็เป็นคำพูดห้วนๆเหมือนเดิมฮัคไคมองแล้วก็อดดีใจไม่ได้

แย่ที่สุด

แหมดีจังที่ได้ยินแบบนี้ถ้ามีแรงปากร้ายโวยวายใส่โกคูได้ขนาดนี้แสดงว่าคงไม่เป็นไรแล้ว ฮัคไคกล่าวอย่างยิ้มแย้มก่อนจะหันไปหาโกคูที่นั่งเฝ้าซันโซอยู่ไม่ห่าง

วานออกไปบอกโกโจทีได้ไหมครับว่าซันโซฟื้นแล้ว โกคูพยักหน้ารับคำก่อนจะเดินออกไปพอจะเดินถึงประตูประตูก็เปิดออกก่อนโดยสมาชิกคนที่เหลือของคณะเดินทางสุดปั่นคณะนี้ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งเดินเข้ามาพร้อมกับถือชามน้ำแกงเข้ามาด้วย

มาแล้วๆๆไหนๆไงตื่นแล้วเหรอ? เมื่อวานอยู่ๆก็ล้มไปชั้นตกใจแทบแย่แน่ะ โกโจเดินเข้ามาอย่างอารมณ์ดีเขาวางชามน้ำแกงที่มีกลิ่นแรงของยาสมุนไพรไว้บนโต๊ะตัวเล็กที่อยู่ข้างเตียง

เอ้ากินซะ! ยาแก้ไข้ที่ชั้นต้มเองเลยนะกินแล้วจะได้หายไวๆ โกโจประกาศสรรพคุณของยาที่เขาลงทุนวิ่งออกไปซื้อทั้งๆที่ฝนยังตกแล้วเอามาต้มเองอย่างภาคภูมิใจซันโซรับชามน้ำแกงมาดื่มรวดเดียวหมดแทนที่ร่างจะกล่าวขอบคุณที่อุตส่าห์ต้มยาให้สิ่งที่หลุดจากริมฝีปากเรียวสวยนั้นกลับเป็น.

แต่ชั้นว่าถ้านายต้มแบบแบบนี้แทนที่จะหายเร็วคงจะเป็นหายไปจากโลกนี้เร็วๆมากกว่า

ท่าทางกับคำพูดที่ออกจะยียวนกวนอารมณ์ของนักบวชที่แสดงออกมาหลังจากดื่มยาของโกโจเสร็จนั้นแทบจะทำให้ร่างสูงอดไม่ได้ที่จะไม่ประเคนหมัดฟาดปากคนพูดไปเสียที 2 ที (คนป่วยก็ป่วยเถอะน่า) เดือนร้อนกรรมการห้ามศึกจำเป็นอย่างฮัคไคต้องลุกขึ้นมาห้ามคนทั้งคู่

บรรยากาศแสนวุ่นวายแต่ครื้นเครงเริ่มกลับมาปกคลุมพวกเขาอีกครั้งซึ่งภาพเหตุการณ์ทั้งหลายที่เกิดขึ้นนั้นก็ไม่เคยหลุดรอดจากสายตาของใครคนหนึ่งที่เฝ้ามองคนที่ 4 อยู่ตลอดเวลาอย่างเจ้าแม่คันเซองโบซัทซึผู้นี้ไปได้

เจ้าแม่มองเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านทางกล้องสอดทางไกลที่ทำขึ้นเพื่อส่งดูพวกคงเซ็นเอ้ย! พวกซันโซโดยเฉพาะ

หึหึหึไม่ว่าจะเกิดกี่ซักกี่ชาตินิสัยปากแข็งพูดไม่ตรงกับใจของเจ้านี้ไม่เคยแก้หายเลยนะคงเซ็นหากเจ้ายังทำตัวแบบนี้ต่อไปประวัติศาสตร์ก็คงจะซ้ำรอยเดิมอีกครั้งเป็นแน่..แล้วใครกันที่จะเจ็บปวดที่สุดหากไม่ใช่เจ้า.ข้าเตือนเจ้าแล้วนะ เจ้าแม่บ่นกับตัวเองเบาๆขณะที่ยังคงจ้องมองเหตุการณ์การณ์เบื้องล่างอยู่อย่างไม่รู้จักเบื่อ

The End.or shall we continue?

To tsubaslave เรื่องนี้จริงๆแล้วเป็นเรื่องสั้นตอนเดียวจบค่ะ คนแต่งแต่งเสร็จตั้งนานแล้วเพิ่งนึกได้ว่ามี (นานจนลืมเองซะงั้น) ประกอบกับทางชมรมเริ่มรื้อฟื้นกิจกรรมเลยเอามาให้ลงบล็อกเพราะกลัวมันร้าง =_= แต่คนอัพเห็นว่ามันยาวๆๆๆๆๆๆๆๆ ยาวมากๆ ขืนอ่านรวดเดียวจบ (อย่างที่เราทำ) อาจมีสิทธิ์โดนดูดพลังโดยไม่รู้ตัว เลยจับแยกตอนเอง เอามาให้ลงทีละน้อยๆ จะได้มีแอบลุ้นบ้าง สนุกดี (สนองอยากคนอัพ ฮ่าๆ) ที่เห็นว่ามีคำผิด/เกินเพราะเราแก้เท่าที่จะทำได้โดยพยายามไม่เปลี่ยนแปลงเรื่องน่ะ ขอบคุณที่ติดตามนะคะ คนแต่งดีใจมากเลยล่ะที่ยังมีคนวายเรื่องนี้กะเค้าอยู่ อยากเอาฟิคไซยูคิอันอื่นมาลงเหมือนกัน แต่คนแต่งหันไปคลั่งเฮลเกิร์ลซะแล้ว ฮิ้ว


edit @ 2007/01/31 23:16:38

ตอนที่ 4 แล้วน้า ฮัลโหลๆ ยังติดตามกันอยู่รึเปล่าทุกค้น (อารมณ์ป๋าเบิร์ดถามแฟนๆว่าสบายกันดีรึเปล่า)

เงียบฉี่.....

โอ้ ยังอยู่ครบทุกคนเลย ฮ่าฮ่า---หัวเราะไร้ความหมาย

เอามาลงต่อแล้วค่า หลังจากที่มีประกาศชมรมออกมาคั่นจังหวะเล็กน้อย ก็อย่างว่า งานหลวงบดบังงานราษฎร์ แต่ตอนนี้ว่างแล้ว ติดตามตอนต่อไปได้เลย

Fanfiction Saiyuki: Tell Me Why I Make You Mad chapter 4

ซ่า~

ฝนตกลงมาอย่างไม่ขาดสายเหมือนวันนั้นไม่มีผิดแต่ที่ผิดไปก็คือเขาในวันนี้ยังคงวิ่งออกไปแม้ว่าฝนกำลังจะตกแม้ว่าเขาไม่รู้ว่าตัวเองกำลังจะวิ่งไปไหนสมองก็ยังคงสั่งให้วิ่งต่อไปท่ามกลางสายฝนที่เย็นเฉียบที่ตกลงมาชโลมเส้นผมใบหน้าหรือว่าร่างกายของเขาจนเปียกปอนเขาหาได้สนใจมันไม่เขาก็ยังวิ่งต่อไป.ไปให้ไกลจากใครคนนั้น

แฮ่กแฮ่ก เสียงหอบของเขาดังแข่งกับเสียงฝนที่ตกกระทบพื้นดินเมื่อรู้สึกว่าตัวเองวิ่งมาไกลพอสมควรแล้วเขายืนหลับตาพิงต้นไม้ต้นหนึ่งอย่างอ่อนล้าแล้วก็ปล่อยให้สายฝนลูบไล้เรือนผมใบหน้าและร่างกายของเขาอยู่อย่างนั้น

นี่ชั้นกำลังทำอะไรอะไรอยู่กันแน่จริงๆแล้วชั้นต้องการอะไรกันแน่อาจารย์ครับท่านจะได้ยินผมไหม? ในเวลาแบบนี้ผมควรจะทำอย่างไรดี

ความรู้สึกที่เขามีนั้นเมื่อมาคิดดูดีๆแล้วใช่ว่าเขาไม่รู้ว่าตัวเองรู้สึกอย่างไรกับเจ้าของเรือนผมสีแดงเพลิงคนนั้นเขารู้มาตลอดตั้งแต่พบกันเมื่อ 3 ปีที่แล้วดวงตาสีแดงดั่งเลือดคู่นั้นราวกับจะดูดให้เขาตกลงไปข้างในดวงตาที่ดูโดดเด่นน่าหลงใหลคู่นั้นทำให้เขาตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็น

แต่ถึงแม้จะรู้อย่างนั้นแต่เขาก็ยังกลัวอยู่ดีที่ผ่านที่เขามักทำตัวเย็นชากับคนรอบข้างไม่ใช่เป็นเพราะอยากทำแต่เป็นเพื่อให้ตัวเองได้ชิน.ชินกับความเหงาเมื่อเวลาถูกทิ้งให้อยู่โดยลำพัง..เพื่อจะได้ไม่รู้สึกเจ็บปวดเวลาถูกทิ้งก็เหมือนคนที่กินยาพิษเข้าไปทีละน้อยเพื่อเวลาถูกวางยาจะได้ไม่ถูกพิษนั้นทำร้ายเอาเขาก็เป็นคนแบบนั้น.เช่นเดียวกับที่พึ่งทางใจที่เพิ่งจะหาเจอแต่กลับไม่กล้าที่จะคว้าเอาไว้เพียงเพราะความกลัวกลัวว่าซักวันถ้าถูกทิ้งให้อยู่เพียงลำพังเขาจะทนมันได้เหรอ? ทั้งๆที่ตลอดมาพยายามให้ตัวเองชินกับความเหงาแล้ว.หากว่ารับโกโจเข้ามา. เขาจะทนได้เหรอ?หากต้องกลับไปเผชิญกับความเงียบเหงาอีกครั้งหนึ่ง

.ไม่หรอกเขาไม่ใช่คนที่เข้มแข็งขนาดนั้น.ไม่เลยซักนิดเดียว.

หากต้องเป็นแบบนั้นจริงๆเขาคงทนไม่ได้แน่ๆเมื่อเป็นแบบนั้นเขาได้แต่ปฏิเสธไม่ยอมรับรู้ถึงความรู้สึกที่มีแสร้งทำเป็นสนใจเรื่องอื่นเสียเพื่อจะได้ไม่มีเวลาคิดถึงมันทว่าเขาทำได้แค่ชั่วคราวเท่านั้นเพราะเมื่อไหร่ที่เผลอความรู้สึกเหล่านั้นก็จะกลับมาในความคิดเขาทุกทีดวงตาของเขามักจะคอยมองหาแต่ร่างสูงโปร่งของใครคนนั้นอยู่เสมอเมื่อมันแบบเช่นนี้ใครก็ได้ช่วยบอกที.บอกเขาทีว่าเขาควรทำตัวอย่างไร.

ซ่า.ซ่าแฉะ.แฉะ

เสียงเหมือนมีใครซักคนกำลังวิ่งผ่านมาทางนี้ซันโซรีบหลบเข้าไปแอบอยู่หลังต้นไม้มือก็ตะปบซองปืนสั้นที่เหน็บไว้ที่เอวแล้วพบว่ามันว่างเปล่าเขานึกด่าตัวเองให้จงหนักที่สะเพร่าลืมพกอาวุธออกมาในเวลาแบบนี้นี่หากหากว่าคนที่กำลังเดินมาเป็นมือสังหารของโกไคจิจะทำอย่างไรซันโซคิดหาทางเอาตัวรอดขณะที่สายตาคมกริมคู่นั้นจ้องมองเงาตะคุมๆที่กำลังเคลื่อนตัวเอามาใกล้อย่างใจจดจ่ออยู่ข้างหลังต้นไม้ต้นนั้นเอง.

ไม่นานนักเงาตะคุมๆก็เริ่มชัดเจนขึ้นมาเจ้าของเงานั้นเป็นชายหนุ่มร่างสูงโปร่งผู้มีเรือนผมสีแดงสะดุดตา

แฮ่กแฮ่กแฮ่ก

ชายหนุ่มหยุดวิ่งหอบหายใจแรงจากความเหนื่อยเพราะระยะทางที่วิ่งมานั้นไม่ใช่น้อยๆเลยแม้ว่าจะเป็นคนที่ออกกำลังกาย(?) อย่างสม่ำเสมอก็ทำเอาหอบแฮ่กได้เหมือนกันดวงตาแดงดั่งไวน์ชั้นเลิศมองกวาดไปทั่วเพื่อหาร่างของใครคนหนึ่งอยู่อย่างตั้งใจคนคนเดียวที่สามารถไขข้อข้องใจที่รบกวนจิตใจเขาอยู่ได้.ทั้งที่ฝนก็ตกอยู่อย่างนี้สภาพอากาศเช่นนี้น่าจะเป็นสิ่งที่คนคนนั้นเกลียดที่สุด.ในเวลาแบบนี้ร่างบางหายไปอยู่ที่ไหนกัน

โธ่โว้ย!หายไปไหนนะไอ้นักบวชบ้า! แกคิดว่ามาปั่นหัวคนอื่นเล่นแบบนี้มันสนุกนักรึไง อยู่ไหนน่ะออกมาเดี๋ยวนี้นะ!โธ่โว้ย!ไอ้หัวล้านงี่เง่า! โกโจตะโกนออกมาอย่างเหลืออดเขาคิดเพียงจะระบายความหงุดหงิดออกมาเท่านั้นไม่ได้คิดเลยว่าคำพูดของเขานั้นจะถูกได้ยินโดยคนที่เขากำลังตามหาอยู่

ซันโซยืนพิงต้นไม้ฟังโกโจโวยวายอยู่เงียบๆเสียงหัวใจไม่ได้เต้นช้าลงเลยมันเต้นดังเสียจนเขากลัวว่าอีกฝ่ายจะรู้ว่าว่าเขายืนอยู่ตรงนี้.ข้างๆนี่เอง

ได้โปรดเถอะหัวใจชั้นเต้นเบาๆหน่อยอย่าให้เขารู้เลยว่าชั้นอยู่ตรงนี้หากพบเขาชั้นไม่รู้จะพบหน้าเขาได้อย่างไรเมื่อเขารู้ความในใจของชั้นแล้ว.. ซันโซร้องสั่งหัวใจตัวเองแต่มีหรือที่มันจะยอมฟังเหมือนยิ่งว่าก็ยิ่งเต้นแรงขึ้นราวกับจะแกล้งเขาอย่างนั้น..

แฉะแฉะ

เสียงฝีเท้าของคนเหยียบลงบนพื้นดินที่เปียกน้ำดังออกมาจากที่ไหนซักแห่งโกโจกวาดสายตามองต้นไม่ทุกต้นที่อยู่รอบตัวอย่างระมัดระวังพลางชักใบมีดติดโซ่อาวุธประจำตัวออกมาถือเอาไว้พร้อมรบเต็มทีและรอจังหวะให้คนที่ซ่อนตัวอยู่โผล่ออกมาแต่แล้วเวลาผ่านไปโดยไม่มีวี่แววว่าจะมีใครหรืออะไรโผล่ออกมาให้เขาจัดการแต่เขาแน่ใจว่าเขาไม่ได้หูฝาดไปแน่ๆที่นี่ต้องมีอะไรซักอย่างอยู่กับเขาด้วยแน่นอน.แต่มันคืออะไรกันล่ะ?

เฮ้ย!ใครน่ะ! ใครอยู่ตรงนั้นออกมาดี๋ยวนี้นะไม่งั้นล่ะก็จะหาว่าชั้นใจร้ายไม่ได้นะ โกโจตะโกนถามแข่งกับเสียงฝนที่ตกลงมาอย่างไม่เกรงใจพลางสาวเท้าเข้าไปหาต้นไม้ต้นหนึ่งในบรรดาต้นไม้หลายต้นที่อยู่ล้อมรอบตัวเขา

เสียงโซ่แกว่งไปมายังดังอยู่เป็นระยะและดูเหมือนจะดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้วนอกจากออกไปเผชิญหน้ากับใครคนนั้น.นี่คงได้เวลาแล้วที่จะต้องกลับไปเผชิญหน้ากลับความจริงเสียที.

สิ้นเสียงตะโกนของโกโจไปได้ซักพักร่างอันเปียกปอนของใครอีกคนหนึ่งก็เดินออกมาจากหลังต้นไม้ร่างบางในชุดนักบวชครึ่งท่อนเสื้อรัดรูปสีดำสนิทตัวนั้นพอเปียกน้ำแล้วยิ่งแนบเนื้อของคนใส่ทำให้เห็นถึงความบอบบางของร่างกายเรือนผมสีทองสุกสว่างที่มีหยดน้ำเกาะพราวภาพตรงหน้านั้นไม่ว่าใครก็คงไม่ปฏิเสธว่าคนตรงหน้าในเวลานนี้ช่างดู Sexy ต่างจากที่เคยเห็นมากนักดวงตาสีไวโอเล็ตที่จ้องมานั้นดูสงบนิ่งราวกับน้ำที่ถูกขังอยู่ในบ่อแววตาของคนที่ตกลงใจอะไรบางอย่างได้แล้ว

โกโจจ้องมองคนตรงหน้าอย่างคาดไม่ถึงว่าบทจะเจอก็เจอได้ง่ายดายปานนี้มันง่ายเสียจนเขาเองก็ยังไม่ได้เตรียมใจเอาไว้ก่อน.คำถามมากมายที่อยากจะถามแต่ไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหนทุกอย่างมันดูสับสนเหลือเกินความเงียบงันเริ่มโรยตัวลงมาปกคลุมคนทั้ง 2 เอาไว้ไม่มีใครพูดอะไรออกมา

ดวงตาแสนสวย 2 คู่ก็ได้แต่จ้องมองกันอยู่อย่างนั้นโกโจจ้องมองซันโซอยู่นานเขายอมรับว่ารู้สึกสนใจ นักบวชรูปงามผู้นี้อยู่บ้างตั้งแต่แรกที่ได้พบกันรูปโฉมที่งดงามผิดจากผู้ชายทั่วไปโดยเฉพาะดวงตาคมกริบราวใบมีดแต่แสนสวยคู่นั้นมันสะกดให้เขาจ้องมองอย่างลืมตัวแต่เพราะว่าความเย็นชาความก้าวร้าวโมโหร้ายที่ร่างบางมีมากพอๆกับความงามทำให้เขาไม่เคยคิดถึงซันโซในมุมมองอื่นนอกจากเพื่อนร่วมทาง เขาไม่เคยคิดเลยว่าท่าทางเย็นชาอวดดีกวนโมโหที่มีต่อเขานั้นมันแฝงความรู้สึกแบบใดเอาไว้เพราะเช่นนั้นเมื่อมาได้รับรู้ (ด้วยความบังเอิญ) ความรู้สึกที่ซุกซ่อนเอาไว้อย่างมิดชิดของนักบวชรูปงามรูปนี้แล้วเขาก็อดตกใจไม่ได้เพราะเขาไม่ได้คิดเลยว่าอีกฝ่ายก็สนใจ เขาอยู่เหมือนกัน

เวลาผ่านไปเท่าไหร่ไม่มีใครรู้แต่คนทั้ง 2 ก็ยังคงจ้องมองกันอยู่อย่างนั้นโดยที่ไม่มีใครจะพูดในสิ่งที่อยู่ในใจออกมาส่วนซันโซทั้งๆที่ตัดสินใจว่าจะหันหน้าไปเผชิญหน้ากับความจริงแต่พอเอาเข้าจริงแล้วเขากลับทนไม่ได้.ทนจ้องดวงตาคู่นั้นต่อไปไม่ได้.

ไม่ไหวแล้วชั้น..ขืนถ้ายังจ้องต่อไปชั้นคงจะต้องหลุดอะไรออกไปแน่ๆ ซันโซคิดพลางหันหลังเพื่อจะเดินจากไป.ไปให้ไกลจากดวงตาคู่นั้น.

เดี๋ยวเซ่!จะหนีอีกแล้วรึไง? โกโจเริ่มชักฉุนขึ้นมาเมื่อคู่กรณีเริ่มจะหนีจากไปอีกเขาเอื้อมมือไปคว้าข้อมือขาวเนียนของอีกฝ่ายไว้เพื่อรั้งไม่ให้ร่างบางหนีจากไปเหมือนครั้งแรก

ปล่อย!ชั้นไปไหนก็เรื่องของชั้น แกไม่ต้องมายุ่ง! ซันโซหันกลับมาตวาดแวดใส่เขาเหมือนครั้งแรกไม่มีผิดดวงตาสีไวโอเล็ตคู่งามตวัดมองเขาอย่างโกรธขึ้งท่าทางแบบนั้นก็เป็นท่าทางที่ร่างบางแสดงต่อเขาเป็นประจำอยู่แล้วเขาเลยไม่รู้เลยว่ามีอะไรบางอย่างผิดปกติไป

ไม่ยุ่งไม่ได้! ก็นาย.ชั้นอยากรู้เรื่องที่ฮัคไคพูดเป็นความจริงรึเปล่า?โกโจตะโกนแข่งกับสายฝนถามคู่สนทนาเพื่อเอาความจริงมาลบล้างความสงสัยของเขาซันโซฟังคำถามแล้วก็นิ่งไปเขาเบือนหน้าหนีไปทางอื่นไม่ยอมตอบ.คำตอบความจริงมีอยู่ในใจนานแล้วแต่ว่าปากมันหนักเหลือเกิน..ยากเหลือเกินที่จะตอบคำถามออกไป.ถ้าเขาตอบออกไปแล้วเขายังทนที่จะยืนอยู่ตรงนี้ได้อีกรึเปล่านะ?

เฮ้!อย่าเอาแต่เงียบเซ่!ตอบมา! โกโจจับไหล่คู่สนทนาเขย่าเร่งเอาคำตอบจากร่างบางที่เหมือนจะเกิดเป็นใบ้ขึ้นมากระทันหันใบหน้าเรียวสวยแต่ซีดขาวจากความเย็นของน้ำฝนเบือนหนีไปทางอื่นไม่ยอมสบตาเขาทำเหมือนไม่สนใจยิ่งกระตุ้นให้โกโจโมโหขึ้นมา

เลิกซะทีได้ไหมเล่า! เลิกปั่นหัวคนอื่นเล่นแบบนี้ซะทีนายเห็นชั้นเป็นของเล่นรึไงวะไอ้นักบวชงี่เง่า ในใจนึกอยากจะต่อยคู่สนทนาเสียหมัดเสียหมัดสองหมัดเสียให้หายโมโหแต่พอได้ฟังน้ำเสียงที่ดูราวกับเด็กผู้ทิ้งของซันโซแล้วเขาก็ทำไม่ลง

.ใครปั่นหัวใครกันแน่.ทำไมกันทำไมเวลาอยู่ไกลนายทีไรชั้นถึงต้องหงุดหงิด..หัวใจเต้นผิดจังหวะ..สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว.คิดอะไรไม่ออกคิดได้แต่เรื่องของแก.ไหนลองบอกสิว่าใครกันแน่ที่โดนปั่นหัว

คำบอกเล่าที่ดูเหมือนจะทดแทนคำตอบที่เขาอยากรู้ไปอย่างแนบเนียนทำให้โกโจเป็นฝ่ายนิ่งไปแทนตอนนี้เขาแน่ใจแล้วว่าสิ่งที่ได้ยินที่หน้าห้องพักนั้นเขาไม่ได้ฟังผิดแต่อย่างใดเหลือแค่เพียงว่าเขาจะจัดการกับมันอย่างไรเท่านั้น.จะตอบรับ.หรือว่าปฏิเสธ


edit @ 2006/12/05


edit @ 2006/12/05 13:47:30
edit @ 2007/01/31 23:16:58